วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Level up : AQM+ สรุปเนื้อหา 14/06/58

สำหรับ บทความนี้ จะเป็นบทความที่ตุ้ม
สรุปเนื้อหาที่ตุ้ม ได้เรียนรู้จากห้อง AQM
ในคอร์ส เลเวลอัพ เมื่อ 14/06/58 ที่ผ่านมาครับ
(ไม่แนะนำให้คนใหม่ ที่ยังไม่ได้เป็น AQM อ่านครับ
เพราะอาจจะไม่เข้าใจในเนื้อหา และอาจยังไม่จำเป็นที่ต้องรู้)

คุณป๊อป ... จะรวย หรือ จะจน เริ่มต้นที่จินตนาการ
ทำธุรกิจช่วงแรกคุ้มไหม? มีแต่คนบอกว่าทำไปทำไม ไม่เห็นจะคุ้ม
สิ่งสำคัญคือ เรามองอะไร? ทุกครั้งที่เราเก่งขึ้น แค่นั้นก็คุ้มแล้ว

ประเมินองค์กร AAR ให้สม่ำเสมอ ถ้าเราไม่รู้ปัญหา ก็ไม่อาจแก้ปัญหา
สร้างโครงสร้างของ PV ที่เกิดขึ้นในองค์กรให้สมดุล

A = Active Leader ผู้นำที่เข้าระบบ เป็น 5Core = 10%
B = Business but นักธุรกิจที่เข้าเรียนรู้ และมีการทำงานพื้นฐาน
      แต่ยังไม่พร้อมรับเงื่อนไขบางอย่าง ยังไม่พร้อมทำ 5Core = 20%
C+ = Customer plus ผู้ใช้สินค้า ที่ใช้แล้วชอบ และพร้อมบอกต่อ
      จึงก่อให้ ผู้ใช้สินค้ากลุ่มนี้ เริ่มเกิดรายได้จากการใช้ชอบบอกต่อ = 30%
C = Customer ผู้ใช้สินค้าเฉยๆ ที่ไม่สนใจธุรกิจ แค่อยากใช้สินค้า = 40%

เช็คว่า องค์กรเราขาดอะไร ถ้ามีแต่ ผู้นำ แต่ไม่มีผู้ใช้สินค้า ก็ไม่เกิด PV
ถ้ามีแต่ผู้ใช้สินค้า แต่ไม่มีผู้นำ ก็ไม่เกิด Passive

วิธีการทำธุรกิจ จริงๆ ก็มีแค่ 4 กระบวนการ ค้นหา กระตุ้น พัฒนา รักษา

กระบวนการค้นหา

ทุกปัญหาแก้ได้ด้วยการ สปอนเซอร์ สายเลือดใหม่ๆ
ทำงานเดิมๆ กับคนใหม่ๆ อย่ามัวแต่หาวิธีการใหม่ๆ ไปใช้กับคนเดิมๆ

"ทำไมไม่มีเคส" เลิกบ่น แล้ว ลงมือทำ ... เรารอเคส หรือสร้างเคสด้วยตัวเอง

ไม่มีรายชื่อ ติดที่แนวคิด แต่ถ้ามีรายชื่อแล้วไม่ทำ อาจติดที่วิธีคิดหรือวิธีการ
วิธีการเพิ่มรายชื่อง่ายๆ ... ให้เขียนรายชื่อเป็น 2 กลุ่ม
1) กลุ่มที่คิดว่าน่าจะทำ 2) กลุ่มที่คิดว่าไม่น่าจะทำ ... แล้วจะเขียนได้ทุกชื่อที่รู้จัก

จุดที่เราต้อง Focus ในธุรกิจนี้ คือ ผู้นำใหม่ๆ ที่ดูดีที่สุด ที่อยู่ลึกที่สุด
เราต้องลงไปประกบทำในช่วงแรก อย่ารีบปล่อยให้ผู้นำใหม่ๆ ออกไปทำเอง

กระบวนการพัฒนา

การสร้างผู้นำ คือ การเจียระไนเพชร ถ้าเราสร้าง DM ได้ ซ้าย 1/ ขวา 1
นั่นคือ รายได้ Passive 500,000 ต่อเดือน ตลอดชีวิต คุ้มค่าไหมกับการเจียระไน
การที่เจอคนหนึ่งคน ที่ตั้งใจในธุรกิจนี้ เราต้อง FOCUS เขาดีๆ
FOCUS = Follow One Case Until Success คือเราต้องติดตามจนกว่าเค้าจะสำเร็จ
นั่นแหละ ถึงจะเรียกว่า การโฟกัส

เราต้องพัฒนาทีมงาน ให้ทำเป็นทั้ง 2 เรื่อง คือ การดูแล User และ การดูแลองค์กร
ให้ผู้นำของเรา ดู Clip/อ่านคู่มือ L3 ในระบบเดิม คือเรื่อง การพัฒนาผู้นำ 

การดูแล User :
1) ให้ข้อมูลสินค้า โบรชัวร์
2) การติดตามผล ห่วงใย ไม่ห่วงยอด โดยติดตามแบบ 1377
1วัน เช็คว่า ใช้หรือยัง 3วัน เช็คว่า ใช้แล้วเป็นอย่างไร 7วัน ใช้แล้วชอบไหม
7วันต่อมา เป็นอย่างไรบ้าง เห็นผลลัพธ์ไหม อยากใช้ต่อไหม
3) หมั่น Update ข้อมูลสินค้าใหม่ๆ โปรโมชั่นใหม่ๆ หรือ งาน Expo สินค้า
4) ให้ไอเดียต่อยอด ... ใช้แล้วดี อยากใช้ฟรีไหม ถ้าใช้ดีบอกต่อได้เงินคืน ดีไหม
5) หมั่นพูดคุย เพื่อรักษา สายสัมพันธ์ที่ดีไว้ สม่ำเสมอ

การดูแลองค์กร :
1) AAR ผู้นำ สม่ำเสมอ คือ เคล็ดลับของการทำงาน 20% ให้ได้ผล 80%
เน้นเรื่อง 3 วินัย และการเป็นแบบอย่าง ตั้งกลุ่ม คุย AAR กับผู้นำ อย่างน้อยวันเว้นวัน
ไม่ต้องคุยเยอะ ... เอาแค่สรุปๆ วันนี้ทำอะไร มีปัญหาอะไรไหม
2) การปลูกฝังทีมงาน ให้เป็น 5 Core รักการเรียนรู้ รักการพัฒนา มีเคสสม่ำเสมอ
เพราะช่องว่างระหว่างความจริงและความฝัน คือวินัยในการเดินทาง

กระบวนการรักษาองค์กร : (ให้ผู้นำ ไปดู คลิป/คู่มือ L4 ในระบบเดิม การรักษาผู้นำ)

การจะรักษาองค์กร ต้องมีทั้งหมด 3 องค์ประกอบ
1. ทีมงานมีรายได้ 2. ทีมงานรักกัน 3. ทีมงานรักเรา

จะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราเติบโต แต่เราซื้อใจทีมงานไม่ได้ สุดท้ายก็ไม่มั่นคง
Nobody care howmuch you know, until they know how much you care.

คุณพลอย ... ถ้าไม่เจอจุดใหม่ เราก็จะเจอจุดจบ ...

เริ่มเข้ามาทำธุรกิจ เพราะไม่อยากเป็นแค่แม่ค้าขายของ แต่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจ
เปิดร้านขายของ ทำธุรกิจส่วนตัวมา 10 ปี เลี้ยงชีวิตได้ แต่สร้างอะไรไม่ได้เลย
สุดท้าย ถ้าไม่ได้ทำเมื่อไหร่ รายได้ก็หยุดทันที

1) ถ้าไม่เจอจุดใหม่ สุดท้ายเราก็จะเจอจุดจบ ดังนั้น สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจ
คือ เราต้องหมั่น List รายชื่อ SP ลูกใหม่ทุกเดือน
เทคนิค คือ เราต้อง เปลี่ยนลุคตัวเอง ปรับบุคลิกภาพ
เพื่อให้เกิดคนทักเรา เพราะถ้าเปลียนรักจะมีคนทุกข์
แต่ถ้าเราเปลี่ยนลุค รับรองว่าต้องมีคนทัก

2) บริษัทเครือข่าย สินค้าดีทุกบริษัท ... สำคัญที่เราโชว์ให้เห็นความแตกต่าง
ของสินค้าของเราได้อย่างไร ... สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีโบรชัวร์สินค้าแล้ว ติดตามให้เป็น
จากคนใช้แล้วชอบ ... บอกต่อมีรายได้ ... ลงพื้นที่ไปช่วยทำ HM ...
ผู้นำเกิดความมั่นใจ ... ผู้นำพาผู้นำมาเรียนรู้ที่ CT ...
จึงเกิดเป็นเครือข่ายผู้นำที่ออกไปสร้างนักธุรกิจเพื่อขยายเครือข่ายผู้บริโภคต่อไป

3) จัด HM สินค้า และ HM สอนงานบ่อยๆ กรณีที่เราทำ ต่างจังหวัด
เพราะ การเปิดใจด้วยสินค้า จะทำให้เราเกิดเครือข่ายผู้บริโภค
เวลาพูดถึงสินค้า ให้พูดให้ครบทุกตัว โดยไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ
เราพูดเน้น ถึงสินค้าที่ตรงความต้องการเขา แต่ต้องพูดตัวอื่นด้วย
เพราะมันอาจจะทำให้เขานึกถึงใครบางคนที่ต้องการสินค้าตัวนั้นๆ

สุดท้าย ถ้าเราไม่เติบโตในธุรกิจ ต้อง Re-Check ตัวเองว่า
วันนี้ เราเป็น 5 Core ตัวจริงแล้วหรือยัง ... เพราะถ้าตัวเราเองยังไม่ใช้ระบบ
เรายังทำแค่ 5 Start แล้วก็ออกไปหาคนมาทำ 5 Start ก็เท่ากับเรานี่แหละ
เป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบเพี้ยน เพราะระบบของเราคือ S55 ไม่ใช่ S5
ถ้าเราไม่เติบโต สาเหตุก็เพราะเราไม่ใช่ 5 Core ตัวจริง

ปล. ไม่ควรส่งให้คนใหม่ ที่ยังไม่ใช่ AQM ได้อ่านนะครับ
เนื้อหา

เรียบเรียงโดย ตุ้ม The Clover
โชคดีที่เราก้าวเดินไปด้วยกัน



วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558

How to : เคล็ดไม่ลับ 7 ข้อ ลดน้ำหนักสร้างหุ่นดี

How to : เคล็ดไม่ลับ 7 ข้อ ลดน้ำหนักสร้างหุ่นดี

เคล็ดไม่ลับ 7 ข้อ ลดน้ำหนัก สร้างหุ่นดี 
โดยตุ้ม  C.Mind

1) หาแรงบันดาลใจที่ใหญ่พอ
จะลดไปทำไม ถ้าความอยากลด
มันใหญ่กว่า ความอยากกิน ก็ลดได้ ^_^
ที่สำคัญต้องชัดเจน มีระยะเวลากำกับ
อยากลดกี่กิโล ในกี่เดือน 
เป้าหมายที่ดี ต้องไม่ง่ายไป และไม่ยากไป

2) เลือกกิน ไม่ใช่ อดอาหาร
เพราะถ้าเราไม่กิน ร่างกายจะ
เข้าโหมดจำศีล เผาผลาญน้อยลง

ช่วงตั้งใจลดน้ำหนัก ควรเลี่ยง ของมัน ของหวาน ของทอด
ช่วงเช้า ควรกินปริมาณกลางๆ 
ช่วงเที่ยง ควรกินเยอะๆ 
ช่วงเย็น ควรกินน้อยๆ
เลี่ยงอาหารพวกแป้ง เน้นกินโปรตีนจากปลา

ทุกครั้ง ที่กินอาหาร ควรรู้ ปริมาณ แคลอรี่
ของสิ่งที่เรากำลังจะกินเข้าไป ถ้าไม่รู้ Search google
เช่น กล้วยหอม กี่แคล ... เดี๋ยวก็เจอคำตอบครับ
แนะนำ app ที่ใช้ในการบันทึกอาหารที่เรากินคือ
แอพ myfitnesspal

1 วัน ไม่ควรกินต่ำกว่า 3 มื้อ ถ้ารู้สึกหิว
ให้เพิ่ม ช่วงอาหารว่าง ตอนสิบโมง / บ่ายสาม
อาหารว่าง ที่แนะนำ คือ กล้วยหอม 1 ลูก

3) จัดเวลาออกกำลังกายเพิ่มขึ้น
เพื่อช่วยสร้างกล้ามเนื้อ
เพื่อเพิ่มการเผาผลาญ
ถ้าไม่มีเวลาไปวิ่งออกกำลังกาย แนะนำให้
โหลดแอพ 7Minute เป็น แอพออกกำลัง13ท่าง่ายๆ
ที่เราสามารถทำที่บ้านได้ ใช้เวลาแค่ 10 นาที ต่อ Set
โปรดจำไว้ว่า ไม่มีคำว่า ไม่มีเวลา
มีแต่ เรา ไม่จัดเวลา เท่านั้นเอง

4) ใช้อาหารเสริมที่ดีเป็นตัวช่วยในช่วงแรก
ที่เรายังปรับพฤติกรรมไม่ได้
การกินอาหารเสริม ต้องมีวินัย
และจำไว้ว่า ยิ่งกลัวเปลือง ยิ่งเปลือง

คือ กินเยอะ กลัวเปลือง เลยกินน้อยกว่าที่แนะนำ
สุดท้ายไม่เห็นผล ก็ยิ่งเปลือง

5) หาบรรยากาศ คนอยากลดน้ำหนัก
หาบัดดี้ เพื่อนที่อยากลดไปด้วยกัน
หรือ ถ้าไม่มี ให้หาโค้ช ที่เคยลดได้
มาเป็นคนแนะนำ

6) จดบันทึกน้ำหนักตอนเช้า และก่อนนอน
ทุกๆวัน เพื่อเป็นตัวช่วยกระตุ้นตัวเอง
ว่าเรากำลังเดินทางไปสู่น้ำหนักที่ตั้งไว้ไหม
แนะนำใช้ แอพ บันทึกน้ำหนัก ครับ

7) ถ้าไม่อยากกลับมาอ้วนใหม่
สิ่งที่ต้องทำ คือ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
เลือกกินอาหารให้เหมาะ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
พักผ่อนเพียงพอ

***********************

1 เดือนผ่านไป กับคอร์ส รวมใจลดไขมัน
กับบริษัท Legacy ตุ้มลงไปแล้ว 
89.6 - 81.2 = 8.4 กิโล ถ้าตุ้มทำได้
เพื่อนๆทุกคนก็ทำได้ครับ ^_^




วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Why 5core

ทำไม ถึงต้องทำ 5 Core???

เพราะระบบ เราคือ S55
อย่า หาแต่คนมาสมัคร
ทำ 5Start เป็น S5
แล้วก็ออกไปสปอน 
หาคนมาสมัคร เป็น S5

Copy แบบนี้ กันออกไป

1) องค์กร ไม่ฟังซีดี ไม่อ่านหนังสือ
รักษาแนวคิดไม่ได้ เดี๋ยวก็หลุด

2) ไม่รักการเรียนรู้ ไม่มาประชุม
ขาดบรรยากาศ เดี๋ยวก็หลุด

3) ไม่รักษาวัฒนธรรม
แย่งสายงาน ยืมเงิน ติดหนี้
มีเรื่องชู้สาว เดี๋ยวก็หาย

4) ไม่ใช้สินค้า ไม่เกิดความชอบ
ไม่รู้จะแชร์อะไร ไม่เกิดพีวี
ก็ไม่มีรายได้

5)ไม่ออกไปทำเนื้องานส่วนตัว
ไม่ออกไปช่วยทีมงาน
มีทักษะ จาก 5 Start มา
ก็เหมือนไม่มี

อ่านจบแล้วไซร้
เดือนหน้าจงตั้งใจ
ทำ 5 Core โดยพลัน

ใช้ระบบ ให้ครบ S55 
กันนะครับ

ด้วยความปรารถนาดี
จาก ตุ้ม C.Mind

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

S55 Information Updated 20141227

สวัสดีครับ สำหรับ บทความนี้ เป็นการรวบรวมข้อมูล ของ
ระบบ S55 ของกลุ่ม Clover Together
จากคลิปต่างๆ ที่มีอยู่ใน Youtube
เพื่อให้ง่าย ต่อการศึกษาโดย ตุ้ม C.Mind ครับ
Updated 27/12/2014

1) ศึกษา Welcome
(ขั้นตอนแรก ของ วิธีการเริ่มต้น 5start)

VTR เปิดตัวในงานครบรอบ1ปี S55
http://youtu.be/vU7cl0AjXNo

2) คุณต้องลองใช้สินค้า เพื่อหาความชอบ
เมื่อชอบ จึงออกไปแชร์ครับ
อย่ารีบไปแนะนำสินค้า ถ้าเรายังไม่เคยใช้เอง
 และเราควรรู้ข้อมูลสินค้าเบื้องต้น ก่อนออกไปแนะนำครับ

การแชร์สินค้า โดยเทพสินค้าของ Clover Together
แผ่น Product: http://youtu.be/uNJsqLmRAZs

3) คือการไปพบโค้ชของคุณ
ที่รอบประชุมครับ เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มขึ้น
และคุณจะได้เห็น ภาพใหญ่ของธุรกิจ
ติดต่อสอบถามวันเวลา จากโค้ชของคุณ

4) คุณต้องใช้ชุด Starter Kit ครับ
ซึ่งจะประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ
For You สำหรับเราใช้คือ
แฟ้มสปอนเซอร์ /  DVD Welcome /
คู่มือ Welcome / แผ่น 4 Why
และ Forward สำหรับใช้ขยายธุรกิจ
คือ  DVD Welcome 5 แผ่น
และแผ่นพับแผน และ สินค้า อย่างละ 5 เช่นกัน

นอกจากนั้น เรายังจะมี
Application S55 ให้ใช้เรียนรู้
แต่เนื่องจากตอนนี้ App ยังโหลดไม่ได้
ให้ดูจาก Link YouTube ตามนี้ก่อนนะครับ
ใช้ชั่วคราว ยังไม่ใช่ฉบับ Final นะครับ
 จะมีการปรับแต่งให้ดีขึ้นอีกครั้ง

การนัดหมาย (นัดแบบมืออาชีพ)
http://youtu.be/O-8X5zhXsk8

เทคนิคการสปอนเซอร์ (แบบสั้น กระชับ)
http://youtu.be/PPOg5QkygqE

เทคนิคการสปอนเซอร์ (แบบเต็ม)
http://youtu.be/RqFgno9I5FY

หลังจากนั้น อย่าเพิ่งออกไปทำเองครับ ให้คุณออกไปทำงานกับโค้ชก่อน
แล้วดูว่าโค้ชทำอย่างไร เพื่อคุณจะได้ทำเองเป็นครับ
สิ่งที่คุณต้องทำคือ สิ่งที่เรียกว่า 5 บทบาท

5 บทบาท (สิ่งที่ต้องทำเมื่อไป SP 2-1 กับ UL)
http://youtu.be/WKI0-RBUMyg

5) คือการรีบทำตัวเองให้เป็น Star
ด้วยการทำข้อ 1-4 ให้ครบ
แล้วออกไปหา Star ซ้ายคน ขวาคน

อย่าลืมใช้ระบบ S55 System ให้เต็มรูปแบบ
ศึกษาเพิ่มเติมจากโค้ชของเรา หรือดูคลิปนี้ครับ

Why S55 System โดยคุณทอม
http://www.youtube.com/watch?v=_S21QqH9Kp0

วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เก็บตก Mindmap 11/10/57 โดยตี๋เบิร์ด สรุปโดย ตุ้ม C.Mind

เก็บตก Mindmap 11/10/57
ช่วงที่ 1 โดย ไดมอนด์ ตี๋เบิร์ด กฤษฎี
สรุปโดย ตุ้ม C.Mind

วันหนึ่ง อาจารย์หมอ ได้พานักศึกษาแพทย์ มาทำการออกตรวจคนไข้
แล้วสอนว่า เป็นหมอ ต้องเป็นคนช่างสังเกตุ
ตรวจฉี่ ต้องดูสี ต้องดมกลิ่น ต้องชิมรสชาติ
คุณหมอ เอานิ้วจิ้ม แล้วยกนิ้วขึ้นมาดูด แล้วบอกให้นักศึกษาทำตาม
หลังจากนั้น คุณหมอก็บอกว่า ถ้านักศึกษา เป็นคนช่างสังเกตุ
จะเห็นได้ว่า หมอเอานิ้วชี้จุ่ม แต่คุณหมอดูดนิ้วกลาง !!!

ถ้าเราสังเกตุดีๆ คนสำเร็จบนโลกนี้ มันเปลี่ยนไป
ยุค Gen X คนวัย 30-45ปี แต่ก่อน คนสำเร็จ คือ จบโท เมืองนอก ทำงานบริษัทใหญ่ๆ
เดี๋ยวนี้ โลกเปลี่ยนไป คนสำเร็จ อายุน้อยลงเรื่อยๆ
แต่ก่อน ทำงานประจำคนเดียว งานเดียว เลี้ยงได้ทั้งครอบครัว
เดี๋ยวนี้ อยู่ตัวคนเดียว ทำงานประจำงานเดียว เลี้ยงตัวเองยังแทบไม่รอด

ถามว่า ธุรกิจดีไหม? เมื่อไหร่ธุรกิจถึงดี? เคยได้ยินคำว่า เศรษฐกิจดีไหม?
คำตอบจริงๆ คือ เราอยู่ในวงการไหนต่างหาก เพราะโลกเปลี่ยนไปไวมาก
เปรียบเหมือนมือถือ จาก Nokia > BB > Iphone/Samsung มือถือตกยุคไวมาก

Wave4 ของโลกใบนี้
Wave1 ยุคเกษตรกรรม ใครครอบครองที่ดิน คนนั้นร่ำรวยจากการให้เช่าที่นา
Wave2 ยุคอุตสาหกรรม ใครครอบครองโรงงาน คนนั้นร่ำรวยจากการคุมสายการผลิต
Wave3 ยุคข้อมูลข่าวสาร ใครครอบครองการสื่อสาร คนนั้นร่ำรวยจากการคุมการตลาด
Wave4 ยุคNetwork !!! ใครครอบครองเครือข่าย คนนั้นร่ำรวยจากเครือข่ายผู้คน

แนวความคิด Long Tail Marketing
กฎรายได้ 20:80 สินค้า 20% ทำรายได้ 80% ของสินค้าทั้งหมดที่มีอยู่
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป แต่ก่อน โฆษณาทางทีวี แพงสุดคือ ช่วงคั่นละครหลังข่าว
ปัจจุบัน คนดูทีวีน้อยลง คนมีความเป็นปัจเจกมากขึ้น ในการเลือกใช้ เลือกดู

ร้าน CD ใหญ่ๆ 1 ร้าน มีสต๊อคซีดีได้อย่างมากก็ 10,000 แผ่น
แต่ Itune มีเพลงให้เรา Download ได้มากกว่า 1,000,000 เพลง !!!

ร้านหนังสือใหญ่ๆ 1 ร้าน มีสต๊อคหนังสือได้ อย่างมากก็ 10,000 เล่ม
แต่ Amazon มีหนังสือให้เราซื้อได้ 2.3 ล้านเล่ม !!!

Blockbuster มีหนังในสต๊อค อย่างมากก็ 3,000 เรื่อง
แต่ Love Film มีหนังให้เรา Download มากกว่า 30,000 เรื่อง !!!

สิ่งที่ทำให้โลกเปลี่ยนไปคือ Google เดี๋ยวนี้ คนหาความรู้ได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น คุณภาพและราคาของสินค้า ต้องสัมพันธ์กัน
เพราะข้อมูลข่าวสารมันหาง่าย หลอกขายกันไม่ได้อีกต่อไป

Ikea ผลิตสินค้าที่ไหน ? เอเชีย ? ยุโรป ? อเมริกา ? คำตอบคือ ถูกทั้งหมด
เพราะ Ikea ดูว่า การผลิตสินค้าชิ้นนั้น ผลิตที่ไหน
ประเทศไหนวัตถุดิบดี ราคาถูก ก็เลือกผลิตที่นั่น สำหรับสิ่งนั้น แล้วส่งขายทั่วโลก
ทำให้ได้ สินค้าที่มีคุณภาพดี และราคาไม่แพง เพราะผลิตเยอะ

คนสำเร็จในยุคนี้ ล้วนครอบครองเครือข่ายผู้บริโภคทั้งนั้น

น้อง Ivan เด็กวัย8ขวบ รีวิวของเล่นใน Youtube ทำเงินได้ปีละมากกว่า 30ล้านบาท
เพราะ มีคนติดตาม น้อง Ivan ใน Youtube มากกว่า 10ล้านคน

ร้าน Amazon เป็นร้านกาแฟอันดับหนึ่งในไทย เหนือกว่า Starbuck
เปิดมา 11ปี มี 1,107 สาขา ยอดขายมากกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี

คนทั่วไป จะมองหางานทำ ในขณะที่ คนสำเร็จ จะมองหาโอกาสเป็นเจ้าของเครือข่าย
เราต้องมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าเปลี่ยนแปลง ยอมรับการปรับตัว และเลือกเครื่องมือทีถูก

การที่เราจะสร้าง Asset หรือ ทรัพย์สิน เพื่อสร้าง Passive Income ได้นั้น
ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นงานเครือข่ายแต่อย่างเดียว งานอื่น ก็สามารถให้ได้ เช่น
1. อสังหาริมทรัพย์ ถ้าทำได้ ก็ได้ Passive แต่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะมาก
2. ตลาดหุ้น ตลาดเงิน ถ้าทำได้ ก็ได้ Passive แต่ก็ต้องมีความรู้ ความเสี่ยงสูง
3. ลิขสิทธิ์ทางปัญญา ถ้าทำได้ ก็ได้ Passive แต่ไม่ใช่ทุกคน ที่จะสามารถทำได้

แต่ที่สำคัญคือ สามอย่างที่กล่าวมาด้านต้น เป็น Asset ที่พัฒนาตัวเองไม่ได้
บ้านยุคเก่า ผ่านไป 10ปี ไม่สามารถพัฒนาตัวเอง ให้เป็นบ้าน Modern ได้
ดังนั้น ทรัพย์สินแบบที่ 4 คือ เครือข่ายผู้คน เป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด
เพราะ พัฒนาตัวเอง ถ่ายทอด ส่งต่อความสามารถ และขยายเครือข่ายออกไปได้
Human Asset มีความสามารถในการ Auto Running และ Auto Growing ได้ด้วย

4 เสียดายในธุรกิจนี้คือ
1ไม่มีคนใหม่เข้ามา 2คนเก่าหายไป 3คนเก่าไม่เก่งขึ้น
และสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ 4.ถ้าตัวเราเอง ก็ไม่เก่งขึ้น

เพราะธุรกิจเครือข่าย ไม่มีเจ้านาย ไม่มีลูกน้อง
ไม่ต้องสต๊อค ลงทุนต่ำ ความเสี่ยงน้อย โอกาสเลิกก็เลยง่าย
ธุรกิจนี้ จะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่ที่ Mind Map ผังสมองของเรา
เราคิดเช่นไร ก็จะเป็นเช่นนั้น

Impossible หรือ I'm Possible เป็นไปไม่ได้ หรือฉันเป็นไปได้
ไม่อยู่ที่ใคร อยู่ที่ตัวเราคิดเอง

 

วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Focus 5Core by Toto: Camp The Masterpiece#2 AQM Room

Focus 5Core by Toto: Camp The Masterpiece#2 AQM Room
สรุปโดย Tum C. Mind

การที่เราจะมีผู้นำในองค์กรของเราได้
สิ่งสำคัญคือ เราต้องดึงศักยภาพทีมงานออกมาให้เป็น
การพูดให้คนอื่นเชื่อมั่นว่าตัวเองเก่ง ตัวเองทำได้
แต่ต้องอย่าให้องค์กรรู้สึกว่า ธุรกิจนี้ ยาก หรือ ง่าย เกินไป

สิ่งที่เราต้องพยายามหมั่นเช็คในองค์กรคือ
3check : PV / คนเข้าระบบ / ทักษะและแนวคิด ต้องให้สมดุลกัน
PV เกิดได้จากทั้งการขยาย และการขาย เราต้องทำให้สมดุล
มีแต่ยอดไม่มีคน ก็ไม่ดี มีคนเต็มไปหมดแต่ไม่มียอด ก็ไม่มีประโยชน์

หลักการทำงาน ให้ใช้ ทฤษฎี 3S คือ
1. Simply ทำให้ง่ายๆ ไม่ดูยากเกินไป
2. Systematic ทำให้เป็นระบบ อย่างมีระเบียบ
3. Strong ทำให้โครงสร้างองค์กรแข็งแกร่ง

ถ้าเราอยากให้องค์กรมีโครงสร้างที่แข็งแกร่ง
เราต้องทำ องค์กร 7 อรหันต์ คือ
หา 7 คนที่ตั้งใจ ที่อย่างน้อยเก่งเท่ากับเรา หรือมากกว่า ซ้าย7คน ขวา7คน
โดยไม่ได้จำเป็นต้องเป็นสายเลือดเรา ใครก็ได้

เช่น ถ้าเราต้องการจะเป็น Ruby ที่มั่นคง เราควรจะมี
1 AMM  2AQM 4PM หรือ อาจจะเป็น 3AQM 4PM เป็นต้น

กระบวนการพัฒนาผู้นำที่ดี คือ
Nook : ทำให้ดู / สอนเขาทำ / ดูเขาทำ / ดูเขาสอน
Tom : แบบอย่าง / ให้กำลังใจ / สอนและแนะนำ / คอยติดตาม

สิ่งที่ควรสอนทีมงานในเบื้องต้น คือ การกรอกใบสมัคร ให้เขาเข้าใจแผนธุรกิจ
และมีทักษะเบื้องต้น ในการต่อสายงานให้ถูกวิธี

สิ่งสำคัญคือเราต้องพัฒนาโดยใช้ระบบ
5Start เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้จัก คำถามคือ วันนี้ ทีมงานเราที่เป็น Femto มีกี่คน
ที่เป็นโดยวิธีตามข้อ 5 คือ ทำ 5 core จนเป็น Femto
ปัญหาที่ทำให้ทีมงานไม่โตต่อ คือ ไม่มีคนทำ 5 Core

5 Core แต่ละข้อนั้น สำคัญมากต่อการพัฒนาทีมงาน
1. 4cd+1book มีขึ้นเพื่อปลูกฝังให้แนวคิดกับทีมงาน
เป็นกระบวนการที่สำคัญมากที่จะรักษาทีมงานให้อยู่ในธุรกิจได้
2. Meeting สิ่งสำคัญคือ 3วินัย การดูสถิติของทีมงานที่เข้าระบบ
วันนี้ชีวิตเราอาจจะเป็นคนหยาบ แต่การติดตามต้องเป็นคนละเอียด
3. S55 การยึดมั่นในวัฒนธรรมองค์กร และระบบ S55
เพื่อให้ธุรกิจนี้เป็นเครือข่ายสีขาว และเป็นองค์กรที่โตต่อได้ระยะยาว
4. 1,000PV+2,000PV Userส่วนตัว สำคัญมากๆ ที่เราต้องให้ทีมงาน
เข้าใจถึงแนวคิดว่า ทำไม ถึงต้องมี ข้อนี้อยู่ใน 5core
ถ้าทุกคนรักษายอด 250 PV ถ้าเราอยากเป็น Ruby เราต้องใช้คน 600 คน
ถ้าทุกคนรักษายอด 1,000 PV เพื่อเก็บท่องเที่ยว เราต้องใช้คน 150 คน
ถ้าทุกคนโฟกัส 5Core เราต้องมีคนที่เป็น 5Core เพียง 50 คน!!!
ดังนั้น เราต้องสอนทีมงานในการสร้าง User ส่วนตัวให้เป็น
รู้จักซอยเป้าหมาย การมียอด User ส่วนตัวให้ทีมงานเห็นว่าไม่ได้ยาก
3วัน แค่ทำให้ได้ 200PV ใน 1 เดือนก็ครบแล้ว
5. SP 10ครั้งต่อเดือน เพื่อให้เป็นไปตามกฎค่าเฉลี่ยที่เกิดขึ้น

วันนี้ การ SP ใช้กฎค่าเฉลี่ย การสอนทีมงาน ก็ใช้กฎค่าเฉลี่ยเช่นกัน
เราสอนไป 10 คน อาจมีคนเข้าใจและทำตามเราได้จริงๆ แค่ 3 คน
แต่ก็ดีกว่าการที่เราไม่ได้สอนเลย เพราะจะไม่มีคนที่เข้าใจเลย

เราต้องเขียนถึงทักษะ และแนวคิด ที่อยากให้ทีมงานพัฒนาบนกระดาษ
ทำให้เป็นรูปธรรมว่า ต้องการพัฒนาทักษะอะไร
ต้องการให้ทีมงานมีแนวคิดเช่นไร เพื่อรักษาทีมงานไว้ให้ได้

อีกหนึ่งเทคนิค ที่สามารถใช้ในการพัฒนาทีมงานได้ดี
คือการรู้จักทำ Center เคลื่อนที่ คือ การตั้งกรุ๊ปไลน์ ที่มีการกำหนด
คุณสมบัติของคนที่จะเข้าห้องนี้ เช่น
(ของคุณโตโต้) คนที่จะเชิญคนเข้าห้องได้ ต้องเป็น AQM+
คนที่จะเข้าห้องได้ ต้องเคยเข้าระบบ พบโค้ช ไม่ต่ำกว่า 3-4 ครั้ง
คนที่เข้ามาอ่านเนื้อหาแล้ว ต้อง After เรื่องที่ได้เรียนรู้จากห้องๆนี้

สุดท้ายวันนี้ เราได้รับเนื้อหาไปแล้ว ก็เปรียบเสมือนกับ
แบตเตอรี่ ที่ได้ชาร์จไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเราไม่เอาเนื้อหาไปปรับใช้
ไม่เอาออกไปลงมือทำ ก็เหมือน แบตเตอรี่ ที่ชาร์จแล้วชาร์จอีกโดยไม่ใช้
สุดท้ายแบตเตอรี่ก็เสื่อม ไม่มีประโยชน์อะไร
เพราะหมื่นบรรทัดที่จด ไม่เท่าหนึ่งบรรทัดที่นำไปลงมือทำ
ไม่ต้องคิดเยอะ แค่ดูคนสำเร็จ แล้วลงมือทำซ้ำเหมือนคนสำเร็จก็พอ

ขอบคุณ คุณโตโต้ C.Mind สำหรับเนื้อหาดีๆที่นำมาแชร์
ตุ้มก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่ๆเพื่อนๆน้องๆ Clover Together ทุกท่านนะครับ
Clover Mind. Be Kind Be Inspired ให้ด้วยใจ ไปด้วยกัน ^_^

    


วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

first follow การนัดต่อครั้งแรก เพื่อทำ 5 สอน ในระบบ s55

first follow การนัดต่อครั้งแรก เพื่อทำ 5 สอน ในระบบ s55

หลังจากที่เรา Sponsor เพื่อนในครั้งแรกแล้ว
สิ่งที่เราควรทำต่อมา คือการติดตามเพื่อนให้ทำ 5 Start
คือ โทรสอบถามว่า ฟัง Welcome จบแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
ชอบตรงไหน? และนัดต่อมาเจอครั้งต่อไปภายใน 2-3 วัน

เมื่อมาเจอแล้ว สิ่งที่ควรทำ เรียกว่า 5 สอน
ประกอบไปด้วย

1. การพูดคุย สอบถามทัศนคติ
และช่วยแต่ง Why I Join ให้กับเพื่อนใหม่
โดยเราต้องช่วยปรับให้ Why I Join ของเขา
มี Why Network สอดแทรกอยู่ด้วย เพื่อให้เกิดข้อคิด

2. การติดตาม ข้อ 1-4 ใน 5 Start
ถามถึงการฟัง Welcome การได้ลองใช้สินค้า
หรือการได้ไปเข้ารอบประชุมที่ผ่านมา หรือ สื่ออื่นๆ ที่เขาได้ฟัง
แนะนำชุด Starter Kit อธิบายว่าทำไมเขาควรมี ควรฟังสื่อเหล่านี้

3. การทบทวน 4 Why ให้เขาฟังอีกรอบหนึ่ง
โดยอาจจะให้เขาถามถึงสิ่งที่เขาสงสัย หรืออยากรู้เพิ่มเติม
เป็นเหมือนการ Sponsor เพื่อนใหม่ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

4. การชวนเพื่อนใหม่ ทำ 5 ค้นหา

1) ชวนให้เขาตั้งเป้าหมาย ทำให้เขามีเป้าหมายระยะสั้น
อธิบายเป้าหมาย4มิติ แบบง่ายๆ ไม่ต้องละเอียด
เพื่อให้เขาเข้าใจว่า ทำไม ต้องมีรายชื่อ

2) ชวนเขาลิสต์รายชื่อ ช่วยกระตุ้นรายชื่อให้เขา
ช่วยให้เขาคิดถึงชื่อเพื่อน สอนแนวคิด อย่าคิดแทน เราเป็นผู้ให้

3) สอนวิธีการนัดหมาย ว่ามีการนัด 3 รูปแบบ
นัดเปิด นัดปิด กึ่งเปิดกึ่งปิด ข้อดีข้อเสียคืออะไร
ให้สคริปการนัดหมายง่ายๆ

4) อธิบายวิธีการสปอนเซอร์ ว่ามี 3 รูปแบบ
การสปอนเซอร์ 2-1 กับอัพไลน์ อธิบาย 4ทำ 5บทบาท
ว่าโค้ชจะทำ 4 ทำ คือ
ถามทัศนคติ / Why I Join + Why Network / Why SOL / Why System
คนใหม่ ต้องทำ 5 บทบาท คือ
เป็นสะพานเชื่อมที่ดี / ตั้งใจฟัง พูดเสริมเชิงบวก / เตรียมอุปกรณ์ (ถ้ามี) /
แชร์ WIJ / เดินส่ง ฝากสื่อ ชวนเข้ารอบประชุมที่ใกล้ที่สุด
ต้องตั้งใจฟัง เพื่อจะได้ สปอนเซอร์ 1-1 เองได้
และอนาคต จะได้ไปช่วย สปอนเซอร์ 2-1 กับดาวน์ไลน์ได้

5) ฝากสื่อเพิ่มเติม ฝากการบ้านให้กลับไปทำ และนัดต่อครั้งต่อไป
โดยบอกให้เขาเข้าใจเลยว่า ช่วงแรกๆ อาจจะต้องเจอกันบ่อยหน่อย
เพราะเขาจะได้เข้าใจธุรกิจนี้ได้เร็วขึ้น

ทั้งหมดนี้ ควรทำให้เสร็จภายใน 1-2 ชั่วโมง
ไม่ควรใช้เวลาเยอะเกินไป กับการนัดต่อครั้งแรก
และควรทำให้คนใหม่ของเรา เป็นสตาร์
คือทำข้อ 1-4 ใน 5 start ให้ไวที่สุด
และทำให้เขาเกิดเคสแรกให้เร็วที่สุด ในขณะที่เขาตื่นเต้น

(ปรับใช้ จากระบบ 745 เดิม อนาคตอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
หากไม่ตรงกับที่อัพไลน์สอน ให้ยึดอัพไลน์เป็นหลัก
เรียบเรียงโดย tumtheclover ครับ)

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

SOL Information

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับ สู่ SOL Family นะครับ
สำหรับ บทความนี้ ก็จะเป็นการรวบรวมข้อมูล ของ SOL และระบบ S55 ของ
กลุ่ม Clover Together จากคลิปต่างๆ ที่มีอยู่ใน Youtube
เพื่อให้ง่าย ต่อการศึกษาครับ รวบรวมโดย tumtheclover ครับ
ขอบคุณ ผู้ Upload File แต่ละ File ลงไว้ใน Youtube ไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยครับ

อธิบาย Concept ของสินค้า SOL
SOL Product#1
http://www.youtube.com/watch?v=JLn_9jWquTQ

อธิบาย คุณสมบัติของสินค้า SOL แต่ละตัว
SOL Product#2
http://www.youtube.com/watch?v=xPSZtWYPqD0

ฟังการแนะนำโอกาสทางธุรกิจ SOL สั้นๆ 15 นาที
โดยมนุษย์เงินล้านคุณ ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ (รายได้จาก SOL เดือนแรก 3ล้านบาท)
http://www.youtube.com/watch?v=0N-GDTxBic8

ถ้าดูจบแล้ว อยากดูแบบเต็มๆ รวมการพูดแฟ้มแบบสั้นแบบยาว
เพื่อนๆลองค่อยๆ ทยอยศึกษาดูกันครับ

Sponsor by Tom เล่นทั้งหมด
http://www.youtube.com/watch?v=tD3X2aJRwvo&feature=share&list=PL6UXJZwM-XtCvdM_pS10yOKkuHkEwQzyX

แยกเป็นเรื่องๆ ง่ายในการฟัง
Sponsor by Tom Part 1 : สิ่งที่ควรรู้ก่อนเริ่ม Sponsor
http://youtu.be/tD3X2aJRwvo

Sponsor by Tom Part 2 : Why Network Marketing
http://youtu.be/J1J-8LJQlvs

Sponsor by Tom Part 3 : Why SOL - Product
http://youtu.be/g676XxWE0VA

Sponsor by Tom Part 4 : พูดแผนและระบบการเริ่มต้น
http://youtu.be/zHvN5v_2Qkk

Sponsor by Tom Part 5 : Clear Plan หน้าข้อดีของแผน
http://youtu.be/DlJL7KNpeGc

Sponsor by Tom Part 6 : SOLution S55 System อธิบายระบบเต็มรุปแบบ (ใช่ clear คนเคยทำเครือข่าย)
http://youtu.be/7VQuYneJCiQ

Sponsor by Tom Part 7 : Question & Answer (ตอบข้อโต้แย้ง)
http://youtu.be/lX4d1kysSho

Sponsor by Tom Part 8 : Plan your Success (ชวนทำ 5 ค้นหา)
http://youtu.be/2efWkd22HL4

หลังจากที่ได้ดูแฟ้ม Sponsor ไปหมดแล้ว
ถ้าอยากลองเริ่มต้นทำแล้ว สิ่งที่แนะนำให้ทำคือ ทำตามระบบ S55
เริ่มต้นด้วยการฟัง File ด้านล่างก่อนเลยครับ

Welcome cd audio (ขั้นตอนแรก ของ วิธีการเริ่มต้น5ขั้นตอน ในระบบ S55 คือการฟังคลิปนี้ครับ)
http://www.youtube.com/watch?v=6otHEtVAM6A

ขั้นตอนที่สอง คือ คุณต้องลองใช้สินค้า เพื่อหาความชอบ จะได้นำไปแชร์ต่อได้ครับ
ถ้าต้องการข้อมูลสินค้าแบบเจาะลึก ควรดูคลิปนี้ครับ

SOL Product เจาะลึกผลิตภัณฑ์โดยคุณเพ็ญทิพย์
http://www.youtube.com/watch?v=tx0ISbPYQLs

ความสำคัญของเอนไซมใน Celfixtion โดยคุณเพ็ญทิพย์
http://www.youtube.com/watch?v=0FeFYugkb-0

ถ้าต้องการข้อมูลสินค้าแบบสนุกๆ ฟังแล้วได้สาระและความสนุกสนาน แนะนำคลิปนี้ครับ
SOL Product โดย คุณจา วันที่ 4/1/2014
http://www.youtube.com/watch?v=f3FKKZ_X1gY

ขั้นตอนที่ 3 ของระบบ คือการไปพบโค้ชของคุณ ที่รอบประชุมครับ เพื่อทำความเข้าใจเพิ่มขึ้น
และคุณจะได้เห็น ภาพใหญ่ของธุรกิจ

ขั้นตอนที่ 4 ของระบบ คือ คุณต้องใช้ชุด Starter Kit ครับ
ซึ่งจะประกอบไปด้วย แฟ้มสปอนเซอร์ / CD Welcome / CD Before Call
ซึ่งจะบอกให้คุณรู้ว่า ก่อนที่คุณจะออกไปทำการชวนเพื่อนๆของคุณ คุณต้องทำอะไรบ้าง

ฟังแผ่น Before Call ครับ
http://www.youtube.com/watch?v=cxgZj1cby3Y

และ CD Vision Mission ที่จะให้คุณได้ฟังถึง วิสัยทัศน์ของบริษัท และผู้บริหารของ SOL
ทำให้คุณมั่นใจ ในธุรกิจนี้ มากขึ้น

ฟังแผ่น Vision Mission ครับ
http://www.youtube.com/watch?v=m_rgfQJ-E4U

หลังจากนั้น อย่าเพิ่งออกไปทำเองครับ ให้คุณออกไปทำงานกับโค้ชก่อน แล้วดูว่าโค้ชทำอย่างไร
แล้วคุณก็ทำตามครับ สิ่งที่คุณต้องทำคือ สิ่งที่เรียกว่า 5 บทบาท คืออะไร
รอติดตามในแผ่น Before Case ซึ่งกำลังจะออกเร็วๆนี้ครับ

ถ้าต้องการ รู้เรื่อง แผนการตลาด ถึงจุดเด่น แบบเจาะลึก แนะนำคลิปนี้ครับ
Keyword sponsor sheet โดย คุณเต้ อร่าม
http://www.youtube.com/watch?v=q5kZqGNrt6I

ขั้นตอนที่ 5 คือการรีบทำตัวเองให้เป็น Femto ให้เร็วที่สุดด้วยการทำ 5 Core ซึ่ง
เป็นรายละเอียดเชิงลึกสำหรับ คนที่ทำธุรกิจแล้ว

ถ้าอยากทำ ติดต่อคนที่แนะนำให้คุณรู้จักธุรกิจนี้เลยครับ ว่าต้องทำอย่างไรต่อ
แต่ถ้ายังไม่รู้ว่าจะติดต่อใคร ติดต่อผมได้เลยครับ
ผมชื่อ ตุ้มครับ ปัจจุบัน ทำธุรกิจ SOL หลักๆ อยู่ที่ไทย และลาว
ก่อนอื่น อยากแนะนำให้เพื่อนๆ รู้จักคำว่า 4 หุ้นส่วนก่อน
คำว่า 4 หุ้นส่วน คือ บริษัท ระบบ ทีมงาน แล้วก็ตัวของคุณเองที่จะเข้ามาทำ
วันนี้ บริษัทที่จะเป็นหุ้นส่วนของเราคือ SOL ซึ่งรายละเอียดของสินค้าและแผน คุณคงได้ดูแล้ว
เรื่องของระบบ เรามีระบบที่เรียกว่า S55 ซึ่งจะสร้าง มนุษย์เงินล้าน 12 รหัส
และสร้างมนุษย์เงินแสนไม่ต่ำกว่า 300 รหัส ในปี 2014 นี้ (ซึ่งรวมผมอยู่ในนั้นด้วย)
ตอนนี้ ผมมีทีมงานมืออาชีพ กระจายตัวอยู่ในหลายๆจังหวัดของไทย
รวมไปถึงทีมงานหลายๆแขวงที่ลาว เช่น เวียงจัน หลวงพระบาง หลวงน้ำทา สะหวันเขต
และมีทีมงานอยู่ที่หลายๆเมืองในพม่า เช่น ย่างกุ้ง มันดาเล ฯลฯ
ที่พร้อมจะเป็น 1 ใน 4 หุ้นส่วนที่คอยช่วยเหลือคุณ
และแนะนำให้คุณ เดินทางไปสู่ความสำเร็จด้วยกันกับเรา
ตามสโลแกนของ กลุ่มผม คือ Clover Mind. Be kind. Be Inspired ให้ด้วยใจ ไปด้วยกัน
ใครเจอเรา คนนั้นโชคดี

โชคดี ที่คุณเปิดมาเจอบทความนี้ และหวังว่า เราจะโชคดี มีโอกาสได้ร่วมงานกันครับ ^_^
เบอร์ติดต่อผม Thai/Whatsapp +66859624142 Laos +8562096284631
Line/Wechat ID: tumtheclover ติดต่อได้ตามช่องทางที่คุณสะดวกเลยครับ


วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2556

SOL Power Matching Plan

แผนการตลาดของโซลจะมีการเปลี่ยนใหม่เมื่อเริ่มต้นปี 2557 ที่จะถึงนี้
เพื่อรองรับตลาดผู้บริโภคและออกแบบแผนมาเพื่อสอดคล้องกับ
แนวคิดของการเปลี่ยนที่ซื้อและรับเงินคืน ไม่ได้เน้นไปทางธุรกิจทุนนิยม
ที่ต้องปิดรหัสใหญ่ๆ ทีละหลายๆหมื่น แต่เป็นการเปลี่ยนที่ซื้อเพียงหลักพัน
ก็สามารถรับรายได้อย่างไร้ขีดจำกัดได้ ด้วยแผนการตลาดที่เป็นทรงกระบอก ขอดีของแผนใหม่คือ
  1. เน้นเครือข่ายผู้บริโภคอย่างแท้จริง แค่แนะนำผู้บริโภคก็เกิดรายได้
  2. ตำแหน่งเพื่อรับรายได้ 5 ตำแหน่ง สามารถที่จะสะสมได้ตลอดชีวิต ทำให้ทุกคนที่ตั้งใจทำ
    ทุกคนสามารถที่จะไปถึงตำแหน่งสูงสุดเพื่อรับรายได้ครบ 5 รุ่น คือ ตำแหน่ง Femto ได้
  3. ปิดจุดเหลื่อมล้ำของการมีโบนัสที่ไม่ถูกจ่าย ด้วย Compress Roll up
  4. มีโบนัสสาขา ที่จ่ายแบบ Uni-Level ทำให้คนใหม่ มีรายได้เร็วขึ้น จากการแนะนำ บอกต่อๆกันไป
  5. สมาชิกสามารถเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทได้ ไม่ยาก และทำให้การ คงตำแหน่ง มีคุณค่า
  6. ทำให้เกิดการซื้อซ้ำโดยธรรมชาติ เนื่องจากสินค้าดี และทุกคนได้รับรายได้ จึงรักษายอด
    จึงเกิด Passive Income อย่างแท้จริง

SOL COMPANSATION

แผนการจ่ายรายได้ บริษัทโซล คอร์ปอเรชั่น โดยคุณธนะสิทธิ์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
ข้อ Weak Strong จ่ายสูงสุดถึง 34%
โดย Milli ได้ทีมอ่อน 20 / Micro 21 / Nano 22 / Pico 23 / Femto 24 ส่วนทีมแข็งได้ 10% เท่ากันทุกตำแหน่ง
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
หมายเหตุ : ปัจจุบัน มีการเปลี่ยนการได้รับหุ้นเป็นดังนี้ Ga 1 / Pe 2 / Aq 4 / Am 8 
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
Clover Sol Together ทอม ธเนศ ลีลาภรณ์ นุ๊ก ธนสิทธ์ พรสิริกุลอนันต์
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแผนธุรกิจ ปรึกษาคนที่ชวนท่านเข้ามาดู Web นี้
หรือหากท่านยังไม่มีผู้แนะนำ ติดต่อผม เพื่อเข้าร่วมทำงาน กับทีมงานมืออาชีพได้ที่
Thai / Whatsapp +66859624142
LAOS +8562096284631
Line / Wechat ID : tumtheclover

ใครเจอเรา คนนั้น โชคดี My name is Prayuth Chatsakda and I'm tumtheclover ^^

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

SOL Hair Celeb & Hair Tonic Before-After

ข่าวดี สำหรับคนที่มีปัญหาต่างๆเหล่านี้
ผมร่วง ผมหงอก ผมบาง ก่อนวัยอันควร
วันนี้ SOL Hair Celeb และ Hair Tonic ช่วยท่านได้

ชุดบำรุงและกระตุ้นการเกิดผม

วิธีใช้
สระผมทุกวันเพื่อเปิดหนังศรีษะ แล้วตามด้วยครีมนวดเพื่อบำรุง
แล้วใช้ Hair Tonic เช้าเย็น เฉพาะส่วนที่ต้องการ
นวดหนังศรีษะหลังใช้ เพื่อให้เซรั่มซึมเข้าไปที่รากผม

เทคนิคเพิ่มเติม
เวลาสระให้ใช้ปลายนิ้วนวดที่หนังศรีษะ
อย่าใช้เล็บในการเกา ให้ใช้การนวดด้วยปลายนิ้ว
การนวดจะช่วยในการชะล้างเซลที่ตายที่แล้ว
ที่ทับถมปิด ปากกระเปาะที่ผมจะขึ้น คือจะช่วย
เคลียร์เส้นทางให้กับผมใหม่ ที่กำลังจะงอกงามออกมา

ประหยัดกว่า การไปเข้าคอร์สปลูกผมแน่นอน ^_^
เรียกได้ว่า ตอบโจทย์ สำหรับ คนที่มีปัญหาแบบสุดๆ

สนใจติดต่อ คนที่แนะนำให้ท่านเข้ามาดู Blog นี้
หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
Whatsapp/Thai Mobile: +66859624142
Laos Mobile : +8562096284631
Line/Wechat ID: tumtheclover







วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Together Clover go to SOL "โชคดี" ที่เราก้าวไป "ด้วยกัน"

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 พย ที่ผ่านมา ผมและคุณนุ๊กได้ไปลาออกจากบริษัทแล้วครับ 
พวกเราทั้ง 2 คนไม่ได้ถูก Terminate อย่างที่ใครบางคนเข้าใจผิดไป 
หลักฐานคือชื่อของผมยังเป็นตัวสีฟ้าอยู่ในวันที่ผมเขียนใบลาออก (ยอดธุรกิจก็ยังเยอะอยู่) 
ซึ่งหากถูก Terminate ต้องเป็นตัวสีดำไปแล้ว

ผมยื่นใบลาออกอย่างตรงไปตรงมาและได้แนบจดหมายขอบคุณทางบริษัท
ตลอดช่วงเวลา 7 ปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ผมยังไม่ได้สมัครเป็นนักธุรกิจ "อิสระ" กับบริษัทใดๆ 
ดังนั้นผมคงยังไม่ได้ทำผิดจรรยาบรรณจนต้องถูก Terminate แต่เนื่องด้วย 
ผมเองได้ตัดสินใจกำลังจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในเร็วๆ นี้แล้ว 
ผมจึงลาออกจากบริษัทเดิมเพื่อให้เกิดความถูกต้อง

สาเหตุที่ผมลาออกเพราะ "อะไรบางอย่าง" ซึ่งผมเองคงไม่ได้จะมาชี้แจงเรื่องนี้ใน Post นี้ 
เพราะมันอาจเสียมารยาท ผมบอก "อะไรบางอย่าง" เฉพาะคนในทีมผม
ที่เชื่อใจในตัวผมและคุณนุ๊กเท่านั้น คนอื่นที่เป็น SL ในบริษัท ผมไม่ได้ชวนและบอกใคร 
หากวันนี้เขารู้แสดงว่าเขาพยายามมาถามผมเอง เพราะอาจไม่เชื่อ
เรื่องที่หลายๆคนไปพูดกันต่อ ซึ่งผมเองไม่มีเจตนาที่จะชวนคนอื่นๆ นอกจากทีมของตัวเองเลย 
ผมอยากไปทำเฉพาะทีมตัวเองที่เราก่อตั้งมา 7 ปี แต่... 
ก็มีใครหลายๆคนออกมากล่าวหาพวกเราว่า...

ผมได้ยินมาว่า มีใครบางคนบอกว่า บริษัทใหม่ที่ผมจะไปทำนั้น 
ไม่มีความพร้อมไม่มีความมั่นคงเลย เผลอๆเจ้าของบริษัทมีเงินน้อยกว่าคุณนุ๊กอีก 
แต่เชื่อไหมคนๆ เดียวกันกลับบอกว่าที่คุณนุ๊กกับผมกำลังไปทำที่นั้น เพราะถูกซื้อตัวไป 
ผมเลย งง ในตรรกะที่เขาคิดมากเลยว่า คิดได้งัย มาบอกว่าบริษัทไม่มีเงิน แต่ซื้อตัวคุณนุ๊กไป 
แล้วเขาจะเอาเงินจากไหนมาซื้อตัวละ หากเขาไม่มีเงิน และคำถามที่สำคัญคือท
ำไมเขาถึงเลือกจะมาซื้อตัวคุณนุ๊กหรือผม Why ผม? 
ทำไมเขาไม่ไปซื้อตัวคนที่พูดละครับหรือใครคนนั้นไม่มีค่าพอที่จะมีใครจะมาซื้อตัว!!

อยากให้คนที่ฟังลองคิดจริงๆ ให้รอบคอบว่า ทำไมคุณนุ๊กหรือผมต้องยอมขายตัวด้วยละครับ 
ผมมีทีมงานที่เชื่อในตัวผมมากๆ ผมว่าเงินมากเท่าไหร่ก็ซื้อความเชื่อมั่นที่ทีมงานมีให้ไม่ได้หรอกครับ 
ดังนั้น เรื่องซื้อตัว มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยในความเป็นจริง

ผมได้ยินมาว่า มีใครบางคนบอกว่า ผมและคุณนุ๊กโลภมาก ได้ไม่รู้จักพอ 
เขาบอกว่าหากพวกเราย้ายองค์กรทั้งหมดไปที่ใหม่จะมีรายได้มากกว่าเดิมก็เลยย้ายไป 
ผมขอถามคนที่คิดและพูดแบบนั้นกลับว่าถ้าคุณคิดจะย้ายบริษัท
หากคุณมีเหตุผลที่เห็นแก่ตัวเช่นนั้น คนของคุณจะเชื่อและตามไปทั้งหมดไหม?

ซึ่งหากคุณรู้จักคุณนุ๊กดีพอ ผมว่าคุณนุ๊กเป็นคนไม่ฟุ่มเฟื่อยเลย 
เขาไม่มีทางอยากได้อะไรเพิ่มแน่นอน มีแต่คิดจะอยากให้ทีมงานได้รับเพิ่ม
หรือได้รับในสิ่งที่ควรได้รับเท่าเดิมไม่ใช่ลดลง

ผมได้ยินว่า มีใครบางคนบอกว่า ผมและคุณนุ๊กทะเลาะกับบริษัท
เพราะไปเรียกร้องผลประโยชน์ให้ตัวเอง พอไม่ได้ก็เลยไม่พอใจชวนทีมตัวเองออกมา 
คนที่พูดและคิดแบบนี้นอกจากจะดูถูกผมและคุณนุ๊กแล้วยังไม่ให้เกียรติคนในทีมของผมและคุณนุ๊กด้วย 
คุณคิดว่าพวกเขาไม่มีสมองหรือความคิดเป็นของตัวเองเลยเหรอครับ 
หากเรื่องที่เกิดขึ้นเขาไม่ได้คิดเอง เจอเอง ใครเขาจะเห็นด้วยกับเราทั้ง 2 คน 
ซึ่งหากผมและคุณนุ๊กห่วงผลประโยชน์ตัวเอง เราคงออกไปตั้งแต่ปี 52 แล้วคงไม่ใช่ตอนนี้

การที่ผมออกมาชี้แจงเรื่องทั้งหมดนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะสร้างความร้าวฉานใดๆ 
แต่ผมอยากชี้แจงคนที่อาจเข้าใจผมหรือคุณนุ๊กผิดไป

ซึ่งจริงๆ แล้วคุณจะคิดกับผมยังงัยก็ช่าง ผมไม่ซีเรียส
เพราะหากคุณเป็นคนที่เชื่อเรื่องราวทั้งหมดนั้น แสดงว่าคุณคงไม่ได้รู้จักกับผมดีพอ 
ผมจึงไม่จำเป็นต้องแคร์ความรู้สึกของคนๆนั้น แต่สำหรับใครที่กำลัง โจมตีคุณนุ๊ก 
ผมว่าหยุดพูดถึงเขาในทางไม่ดีเถอะ ผมรู้จักเขามา 7 ปี 
เขาเป็นคนที่มีแต่ช่วยเหลือคนอื่นมาตลอด เขาเป็นคนดี เขาไม่คิดอย่างที่ใครบางคนพูดแน่ๆ

และอีกเหตุผลที่ผม Post ข้อความนี้เพราะ ผมอยากบอกใครที่กำลังเครียดมากๆ 
จนต้องแต่งเรื่องราวหรือแสดงความคิดเห็นโจมตีผมหรือคุณนุ๊กว่า "ให้สบายใจ" 
โดยส่วนตัวผมเข้าใจว่าคงเครียด แต่ผมอยากบอกให้สบายใจครับว่า 
ผมจะพยายามบอกทีมของผมว่า อย่าไปชักชวนหรือบอกเรื่องราวใดๆ ที่เกิดขึ้น
กับคนที่ยัง Active ในทีมของคนอื่นเลยครับ ผมอยากให้ทั้งคนที่อยู่และคนที่ออกมา
ประสบความสำเร็จด้วยกันหมด คนที่อยู่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง
ในทางที่ดีขึ้นในบริษัทแน่นอน ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นและลุยต่อไป เอาเวลาไปจัดทัพ Training 
วางระบบสื่อใหม่ๆ รองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นดีกว่า คุณยังมีทีมงานอีกมาก
ที่ยังคงเชื่อมั่นในตัวคุณและบริษัท ดีกว่าเอาเวลาไปคิดเรื่องราวมากล่าวหาผมหรือคุณนุ๊ก

สุดท้ายขออวยพรให้ทุกๆคนโชคดี คนเราต่างมีวิถีทางของตัวเอง 
มีความคิดที่แตกต่างกัน มองต่างกัน ไม่มีใครถูกหรือผิดครับ 
เราควรเคารพความคิดเห็นของทุกๆคน

สำหรับคนที่ยังทำอยู่บริษัทเดิม สู้ต่อไปครับ อย่าพยายามไปถามเรื่องราว
จาก SL ที่ย้ายออกไปเลยครับ เชื่อมั่นในทีมของคุณ ฟังไปก็ไม่เกิดประโยชน์ 
หากใครเป็นทีมของผมที่คิดจะไปชวนหรือทำให้ใครเสียความเชื่อมั่น 
หากคุณได้อ่าน Post นี้ อยากบอกว่า หยุดเถอะครับ อย่าไปชวนเลย 
ทุกคนก็มีองค์กรของตัวเอง เราไม่ควรไปชวนเขาครับ ชวนแต่คนของคุณเอง

แต่คนของทีมอื่นๆ ก็ต้องอย่าพยายามไปถามเองด้วยนะครับ

ส่วน คนที่อยู่บริษัทอื่นที่พยายามมาชวนผมไปทำบริษัทอื่น 
อยากบอกเลยครับว่า ขอบคุณในความหวังดี แต่อย่าพยายามเลยครับ 
ผมและคุณนุ๊กได้ตัดสินใจไปแล้ว คุณนุ๊กอยู่ไหนผมอยู่ที่นั่น 
เราเลือกกันมาดีแล้ว และข้อมูลที่คุณรู้เกี่ยวกับบริษัทที่เราจะไปทำนั้น
อยากบอกว่าเป็น "ของเก่า" ที่เราจะไปพัฒนาให้เป็น "ของใหม่" แล้วครับ 
ข้อมูลเดิมๆที่คุณรู้มันล้าสมัยไปแล้ว

ติดต่อมาได้หากอยากร่วมงานกัน แต่จะร่วมงานกันได้หรือไม่
คงต้องขอดูแนวทางการทำงานกัน เพราะผมอยากสร้าง "โลกเครือข่ายสีขาวจริงๆ"

ปีหน้าเราจะร่วมสร้างประวัติศาสตร์ให้กับบริษัทที่เราเลือกแล้วให้ดีที่สุด 
อาจมีสะดุดหรือขุกขระบ้างแต่เราพร้อมจะ "ร่วมทุกร่วมสุข" ไปด้วยกัน

ขอบคุณทุกคนในทีมผมที่เชื่อใจกัน สิ่งที่ผมจะตอบแทนให้กับทุกคนคือ 
"ระบบใหม่ของทีม" ที่จะพัฒนาอย่างที่โลกเครือข่ายไม่เคยมีมาก่อน 
เพื่อช่วยให้เกิดยอดธุรกิจ 1,000++ ล้านในปีหน้าและกว่า 200 ครอบครัวที่ตามมา
มีรายได้มากกว่า 100,000 บาทต่อเดือนครับ

โชคดีมีมาเสมอ เมื่อเราเตรียมความพร้อมรับโชคดีที่จะมาเยือน
ธเนศ ลีลาภรณ์ ว่าที่นักธุรกิจบริษัท SOL

หากใครสนใจ มาร่วมงานกับ ธุรกิจสีขาวที่ SOL
และต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่
Thai/Whatsapp : +66859624142
Laos : +8562096284631
Line/Wechat ID : tumtheclover

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

Thank you and Good bye Aimstar Network

ก่อนอื่นผมและคุณนุ๊กต้องกล่าวขอบคุณบริษัทสำหรับ
สิ่งที่ได้รับตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ผมและครอบครัวเปลี่ยนแปลงชีวิตได้
ที่บริษัทนี้จริงๆครับ ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

หากถามผมว่าบริษัทมีบุญคุณกับผมไหม ผมบอกเลยว่า "มี" 
มีมากๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้ตลอดที่ผ่านมา 
รวมถึงความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา 
ผมกล้าพูดเลยว่าผมสามารถเป็นนักธุรกิจเครือข่าย
ที่ดูแลองค์กรขนาดใหญ่ได้จากความรู้ที่ได้รับจากที่นี้

หลายคนบอกว่าแล้วการออกไปไม่เป็นการ "ไม่สำนึกบุญคุณ" ของบริษัทเหรอ 
บางคนก็บอกเลยว่าเป็นพวก "เนรคุณ"

ซึ่งผมก็มานั่งคิดๆดูว่า วันนี้หากคนหนึ่งคนทำงานให้บริษัทแห่งหนึ่ง
เขาได้รับเงินเดือน รับรายได้ จนสามารถซื้อรถ ซื้อบ้านได้ 
แน่นอนเขามีชีวิตที่ดีขึ้นจากบริษัทแห่งนั้น แต่เขาเอง
ก็ต้องทำผลงานได้อย่างดีให้บริษัทแห่งนั้นแน่นอน 
เพราะคงไม่มีบริษัทไหนยอมจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงาน
ที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับบริษัท แต่วันหนึ่งหากพนักงานคนนั้น
จำเป็นต้องเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนบริษัท เพราะเหตุผลอะไรก็ตาม 
เขาต้องกลายเป็นคนที่ไม่สำนึกบุญคุณหรือเป็นคนเนรคุณเลยเหรอ 
หากคนส่วนมาก คิดเช่นนั้น คนในโลกนี้คงห้ามเปลี่ยนงานกันหมด จริงไหมครับ

ในการทำการค้าก็คงเช่นเดียวกันหากเราเปลี่ยน Partner แล้วเป็นการไม่สำนึกบุญคุณ 
โลกธุรกิจคงไม่มีการเกิดขึ้นของบริษัทใหม่ๆ เพราะทุกคนคงเปลี่ยนคู่ค้าไม่ได้เลย 
ดังนั้นวันนี้ การที่ผมออกจากบริษัทนี้ผมต้องมีเหตุผลแน่นอน 
และผมไม่มีทางลืมสิ่งที่ได้รับจากบริษัทตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแน่นอน

ซึ่งในโลกของการทำธุรกิจเครือข่าย ผมเองก็มีทีมงานหลายคนที่ออกไปทำธุรกิจอื่นๆ 
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเครือข่ายหรือธุรกิจส่วนตัว ผมเองไม่เคยคิดว่า
ใครที่ออกจากทีมผมไป เป็นคนไม่สำนึกบุญคุณในทีม ผมเองกลับมองตัวเองและทีมด้วยซ้ำว่า 
แสดงว่าเราดูแล "ความสุข" เขาได้ไม่ดีพอ ผมไม่เคยด่าว่าหรือพูดทำร้ายน้ำใจใครที่ออกไป 
ซ้ำยังอวยพรให้ทุกคนที่ตัดสินใจออกไป ให้ไปได้ดีกับอาชีพใหม่ของเขาด้วยซ้ำ 
บางคนก็กลับมาบอกเล่าความสำเร็จให้ผมฟัง ผมยิ่งแสดงความยินดีกับเขา

บางคนมาขออนุญาติขอใช้ความรู้ระบบที่เคยได้รับจากผมไป
ว่าสามารถนำไปใช้ได้ไหม? สงวนลิขสิทธิ์ไหม?
ผมตอบทันทีว่า ยินดีมาก หากมันช่วยให้เกิดประโยชน์ได้ เอาไปได้เลย 
จะเอาไปทั้งหมดหรือเอาไปดัดแปลงต่อยอดก็ได้ ผมถือว่า
หากเขาเอาความรู้ไปช่วยตัวเขาเองและคนในทีมเขาให้ประสบความสำเร็จ 
ผมก็ถือว่าได้ช่วยเขาทางอ้อมด้วย

Post นี้ผมต้องการขอขอบคุณบริษัทและแสดงความคิดเห็นส่วนตัว
หากใครมองผมหรือคุณนุ๊กในมุมมองแบบนั้นครับ

18.30 ผมจะอธิบายเรื่องราวและสิ่งที่หลายๆคนอาจได้รับข้อมูลบางอย่างท
ำให้เข้าใจผมและคุณนุ๊กผิดไป ผมคิดว่าหากรู้จักผมและคุณนุ๊กดีพอ
มันอาจจะไม่ใช่เหมือนที่คุณได้ยินมา รออ่านจากที่ผมบอกเองดีกว่า 
ส่วนจะเชื่อหรือไม่ใช้วิจารณญาณส่วนตัว

ขอบคุณหลายๆคนที่เป็นห่วงความรู้สึก แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เครียดอะไรเลย 
กำลังรู้สึกดีด้วยซ้ำเพราะได้เห็นสีหน้าแววตาของทีมงานที่กลับมามีความหวัง
และชีวิตชีวาอีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆครับ ^^
รูปภาพ : ก่อนอื่นผมและคุณนุ๊กต้องกล่าวขอบคุณบริษัทสำหรับสิ่งที่ได้รับตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ผมและครอบครัวเปลี่ยนแปลงชีวิตได้ที่บริษัทนี้จริงๆครับ ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

หากถามผมว่าบริษัทมีบุญคุณกับผมไหม ผมบอกเลยว่า "มี" มีมากๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้ตลอดที่ผ่านมา รวมถึงความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมกล้าพูดเลยว่าผมสามารถเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่ดูแลองค์กรขนาดใหญ่ได้จากความรู้ที่ได้รับจากที่นี้

หลายคนบอกว่าแล้วการออกไปไม่เป็นการ "ไม่สำนึกบุญคุณ" ของบริษัทเหรอ บางคนก็บอกเลยว่าเป็นพวก "เนรคุณ" 

ซึ่งผมก็มานั่งคิดๆดูว่า วันนี้หากคนหนึ่งคนทำงานให้บริษัทแห่งหนึ่งเขาได้รับเงินเดือน รับรายได้ จนสามารถซื้อรถ ซื้อบ้านได้ แน่นอนเขามีชีวิตที่ดีขึ้นจากบริษัทแห่งนั้น แต่เขาเองก็ต้องทำผลงานได้อย่างดีให้บริษัทแห่งนั้นแน่นอน เพราะคงไม่มีบริษัทไหนยอมจ่ายเงินเดือนให้กับพนักงานที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้กับบริษัท แต่วันหนึ่งหากพนักงานคนนั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนงานหรือเปลี่ยนบริษัท เพราะเหตุผลอะไรก็ตาม เขาต้องกลายเป็นคนที่ไม่สำนึกบุญคุณหรือเป็นคนเนรคุณเลยเหรอ หากคนส่วนมาก คิดเช่นนั้น คนในโลกนี้คงห้ามเปลี่ยนงานกันหมด จริงไหมครับ

ในการทำการค้าก็คงเช่นเดียวกันหากเราเปลี่ยน Partner แล้วเป็นการไม่สำนึกบุญคุณ โลกธุรกิจคงไม่มีการเกิดขึ้นของบริษัทใหม่ๆ เพราะทุกคนคงเปลี่ยนคู่ค้าไม่ได้เลย ดังนั้นวันนี้ การที่ผมออกจากบริษัทนี้ผมต้องมีเหตุผลแน่นอน และผมไม่มีทางลืมสิ่งที่ได้รับจากบริษัทตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาแน่นอน

ซึ่งในโลกของการทำธุรกิจเครือข่าย ผมเองก็มีทีมงานหลายคนที่ออกไปทำธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเครือข่ายหรือธุรกิจส่วนตัว ผมเองไม่เคยคิดว่าใครที่ออกจากทีมผมไป เป็นคนไม่สำนึกบุญคุณในทีม ผมเองกลับมองตัวเองและทีมด้วยซ้ำว่า แสดงว่าเราดูแล "ความสุข" เขาได้ไม่ดีพอ ผมไม่เคยด่าว่าหรือพูดทำร้ายน้ำใจใครที่ออกไป ซ้ำยังอวยพรให้ทุกคนที่ตัดสินใจออกไป ให้ไปได้ดีกับอาชีพใหม่ของเขาด้วยซ้ำ บางคนก็กลับมาบอกเล่าความสำเร็จให้ผมฟัง ผมยิ่งแสดงความยินดีกับเขา 

บางคนมาขออนุญาติขอใช้ความรู้ระบบที่เคยได้รับจากผมไป 
ว่าสามารถนำไปใช้ได้ไหม? สงวนลิขสิทธิ์ไหม?
ผมตอบทันทีว่า ยินดีมาก หากมันช่วยให้เกิดประโยชน์ได้ เอาไปได้เลย จะเอาไปทั้งหมดหรือเอาไปดัดแปลงต่อยอดก็ได้ ผมถือว่าหากเขาเอาความรู้ไปช่วยตัวเขาเองและคนในทีมเขาให้ประสบความสำเร็จ ผมก็ถือว่าได้ช่วยเขาทางอ้อมด้วย

Post นี้ผมต้องการขอขอบคุณบริษัทและแสดงความคิดเห็นส่วนตัวหากใครมองผมหรือคุณนุ๊กในมุมมองแบบนั้นครับ

18.30 ผมจะอธิบายเรื่องราวและสิ่งที่หลายๆคนอาจได้รับข้อมูลบางอย่างทำให้เข้าใจผมและคุณนุ๊กผิดไป ผมคิดว่าหากรู้จักผมและคุณนุ๊กดีพอมันอาจจะไม่ใช่เหมือนที่คุณได้ยินมา รออ่านจากที่ผมบอกเองดีกว่า ส่วนจะเชื่อหรือไม่ใช้วิจารณญาณส่วนตัว 

ขอบคุณหลายๆคนที่เป็นห่วงความรู้สึก แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เครียดอะไรเลย กำลังรู้สึกดีด้วยซ้ำเพราะได้เห็นสีหน้าแววตาของทีมงานที่กลับมามีความหวังและชีวิตชีวาอีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆครับ ^^

วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Fit&Firm by tumtheclover

Fit&Firm by tumtheclover
การลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กลับมาอ้วนอีก ^_^

ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ชื่อ ตุ้มครับ
เป็นคนๆหนึ่ง ซึ่งเคยทานอาหารเสริมมาแล้ว ลดได้เล็กน้อย
ซักพัก ก็กลับมาอ้วนอีก จนรู้สึกว่า
อาหารเสริมทานไป ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่

จนวันหนึ่ง ตุ้ม มีโอกาสได้เข้าคอร์สๆหนึ่ง
ชื่อว่า คอร์ส The Utmost 10 Fit&Firm Talents ของบริษัท
จึงได้รู้ว่า ที่เราลดน้ำหนักไม่ได้ เป็นเพราะเรายังไม่รู้วิธีการที่ถูกต้อง
ตุ้มได้เข้าคอร์สนี้ ใช้เวลา 45 วัน ลดไปได้ 7 กิโลกรัม
ถ้านับตั้งแต่เริ่มลด ก็ประมาณ 60 วัน ลดไปได้ 10 กิโลกรัม
วิธีการ คืออะไร ??? วันนี้ ตุ้มจะขอนำแนวคิดที่ได้จากคอร์สมาฝากครับ

แนวคิดในการลดน้ำหนักนั้น
สิ่งที่สำคัญ จะมีอยู่ทั้งหมด 5 กระบวนการครับ

1. หาแรงบันดาลใจของตัวเองให้เจอก่อนครับ
ว่าคุณจะลดน้ำหนักไปทำไม ? ลดเพื่อสุขภาพ ? ลดเพื่อหุ่นดี ? ลดเพื่อหาแฟน !!!
ลดเพื่ออะไรก็ได้ครับ แต่ที่สำคัญคือ คุณต้องมี ทำไมที่ใหญ่พอ
คุณต้องมีความอยากที่มากพอ ในการที่คุณจะลดน้ำหนักครับ
เพราะถ้าคุณอยากลดน้ำหนัก แต่เจอขนมหวาน คุณก็อยากกิน
มันก็อยู่ที่ว่า ความอยากอันไหน จะใหญ่กว่ากันนั่นเอง
ถ้าคุณอยากลดมากกว่า คุณจะห้ามใจตัวเองไม่ให้กินได้
แ่ต่ถ้าแรงบันดาลใจคุณไม่ชัด คุณก็จะห้ามใจตัวเองไม่ได้ คุณก็จะกินนั่นเอง

ดังนั้น สำคัญมากๆ ครับ สำหรับข้อ 1 คือ หาทำไม ที่ใหญ่พอให้ได้
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ตอนที่ผมเข้าคอร์ส The Utmost 10 นี้
อันดับ 1-3 ที่ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะได้รับ New Ipad 32GB Wifi ฟรี 1 เครื่อง !!!
ตอนนั้น ผมกำลังอยากได้มากๆ แต่ถ้าจะให้เอารายได้ที่มี ณ ตอนนั้นไปซื้อ
ก็คงจะลำบาก ดังนั้น ผมจึงตั้งปณิธาณเอาไว้กับตัวเองเลยว่า ผมจะต้องตั้งใจสุดๆ
เพื่อจะได้ มี Ipad มาใช้ เพื่อทำธุรกิจ และเพื่อใช้ส่วนตัว
แรงบันดาลใจผมชัดมาก ว่าผมจะต้องได้มันมาให้ได้ นี่ล่ะครับ ทำไมที่ใหญ่พอของผม
สุดท้าย ผมก็เป็น คนแรก ที่ได้รับ เครื่อง New Ipad มาใช้
ซึ่งก็ช่วยให้ชีวิตผมสะดวกสบาย และเป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผมได้เยอะมากเลย

ดังนั้น อย่าลืมครับ อันดับแรก หากคุณต้องการลดน้ำหนัก
สิ่งที่คุณต้องทำ คือ หาแรงบันดาลใจตัวเองให้เจอ
หา " ทำไม " ที่ใหญ่พอ ให้เจอก่อนครับ

2. กินให้น้อยกว่า พลังงานที่ต้องการรับ

สำหรับ ขั้นตอนนี้ คุณต้องรู้ก่อนครับ ว่า พลังงานที่คุณต้องการในแต่ละวันคือเท่าไหร่

ดังนั้น คุณต้องรู้จัก 2 คำนี้ก่อนครับ คือ BMI และ BMR
เนื้อหาค่อนข้างยาวนะครับ หากยังไม่รู้จัก แนะนำให้อ่านก่อน อย่ารีบขี้เกียจอ่านครับ
เพราะถ้าอยากลดน้ำหนัก แต่แค่อ่านข้อมูลตรงนี้ ยังขี้เกียจอ่าน
ผมบอกได้เลยว่า ลดไม่ได้ชัวร์ 555

คำนวณดัชนีมวลกาย (BMI)
การวัดดัชนีมวลร่างกาย Body Mass Index (BMI) คือ
อัตราส่วนระหว่างน้ำหนักต่อส่วนสูง ที่ใช้บ่งว่าอ้วนหรือผอม
ในผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป ความสำคัญของการรู้ค่าดัชนีมวลร่างกาย
เพื่อดูอัตราการเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ถ้าค่าที่คำนวนได้ มากหรือน้อยเกินไป
เพราะถ้าเป็นโรคอ้วนแล้ว จะมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง
โรคเบาหวาน โรคหัวใจขาดเลือด และโรคนิ่วในถุงน้ำดี แต่ในขณะเดียวกัน
ผู้ที่ผอมเกินไป ก็จะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายลดลง
ดังนั้นควรรักษาระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

วิธีคำนวณดัชนีมวลกาย Body Mass Index (BMI)

สูตรคำนวณดัชนีมวลกายคือ [ดัชนีมวลกาย= น้ำหนักตัว / ความสูง ยกกำลังสอง]
40 หรือมากกว่านี้ : โรคอ้วนขั้นสูงสุด
35.0 - 39.9: โรคอ้วนระดับ2 คุณเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่มากับความอ้วน
หากคุณมีเส้นรอบเอวมากกว่าเกณฑ์ปกติคุณจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคสูง
คุณต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างจริงจัง
28.5 - 34.9: โรคอ้วนระดับ1 และหากคุณมีเส้นรอบเอวมากกว่า 90 ซม.(ชาย) 80 ซม.(หญิง)
คุณจะมีโอกาสเกิดโรคความดัน เบาหวานสูง จำเป็นต้องควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย
23.5 - 28.4: น้ำหนักเกิน หากคุณมีกรรมพันธ์เป็นโรคเบาหวานหรือไขมันในเลือดสูง
ต้องพยายามลดน้ำหนักให้ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 23
18.5 - 23.4: น้ำหนักปกติ และมีปริมาณไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติ มักจะไม่ค่อยมีโรคร้าย
อุบัติการณ์ของโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงต่ำกว่าผู้ที่อ้วนกว่านี้
น้อยกว่า 18.5: น้ำหนักน้อยเกินไป ซึ่งอาจจะเกิดจากนักกีฬาที่ออกกำลังกายมาก
และได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ วิธีแก้ไขต้องรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ
และมีปริมาณพลังงานเพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

คำนวณการเผาผลาญพลังงาน Basal Metabolic Rate (BMR)
Basal Metabolic Rate (BMR) คือ อัตราการความต้องการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน
หรือจำนวนแคลอรี่ขั้นต่ำที่ต้องการใช้ในชีวิตแต่ละวัน ดังนั้นการคำนวณ BMR
จะช่วยให้คุณคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ใช้ต่อวันเพื่อรักษาน้ำหนักปัจจุบันได้
และเมื่ออายุมากขึ้นเราจะควบคุมน้ำหนักได้ยากขึ้น เพราะ BMR เราลดลง
การอดอาหารก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ BMR ลดลง วิธีป้องกันคือ "หมั่นออกกำลังกาย"
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเผาผลาญ ซึ่งจะทำให้ BMR ไม่ลดลงเร็วเกินไป
คำนวณการเผาผลาญพลังงาน Basal Metabolic Rate (BMR)
 
BMR (Basal Metabolic Rate) พลังงานที่จำเป็นพื้นฐานในการมีชีวิต
TDEE (Total Daily Energy Expenditure) พลังงานที่คุณใช้ในแต่ละวัน

วิธีคำนวณการเผาผลาญพลังงาน Basal Metabolic Rate (BMR)

สูตรคำนวณอัตราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวันคือ
สำหรับผู้ชาย : BMR = 66 + (13.7 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (5 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (6.8 x อายุ)
สำหรับผู้หญิง : BMR = 665 + (9.6 x น้ำหนักตัวเป็น กก.) + (1.8 x ส่วนสูงเป็น ซม.) – (4.7 x อายุ)
จะสังเกตได้ว่าน้ำหนัก ส่วนสูงและอายุมีผลต่อการเผาผลาญพลังงาน
เมื่อหาค่า BMR (Basal Metabolic Rate) มาแล้วเราก็จะสามารถรู้ได้ว่า
เรามีการการเผาผลาญพลังงานโดยไม่ทำกิจกรรมอะไรเลยเท่าไร
แต่หากเรามีกิจกรรมอย่างออกกำลังกายจะมีการเผาผลาญพลังงานโดยคำนวณได้ดังนี้

"การเผาผลาญพลังงานโดยปกติ = BMR x ตัวแปร"
โดยตัวแปรของเราจะขึ้นอยู่กับการออกกำลังของเราดังนี้
นั่งทำงานอยู่กับที่ และไม่ได้ออกกำลังกายเลย = BMR x 1.2
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเล็กน้อย ประมาณอาทิตย์ละ 1-3 วัน = BMR x 1.375
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาปานกลาง ประมาณอาทิตย์ละ 3-5 วัน = BMR x 1.55
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนัก ประมาณอาทิตย์ละ 6-7 วัน = BMR x 1.725
ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างหนักทุกวันเช้าเย็น = BMR x 1.9

ถ้าไม่อยากคำนวณเอง ก็เข้า Web ไปคำนวณได้เลยครับ
kcal.memo8.com

บางคนถามว่า แล้วทำไม ไม่บอกก่อนหน้านี้
เพราะถ้าผมบอกก่อน บางคนจะใช้ทางลัดคำนวณเลย โดยไม่ยอมอ่านไงครับ
การลดความอ้วน ไม่มีทางลัดครับ มีแต่ทางเร็ว ^_^

ยกตัวอย่าง ผมเอง สูง 173 หนัก 76.5 ตีไปว่า 77 ละกัน ณ ปัจจุบัน
คำนวณ ออกมาจะได้ค่าดังนี้ครับ

BMR (Basal Metabolic Rate) พลังงานที่จำเป็นพื้นฐานในการมีชีวิต
1768 กิโลแคลอรี่
TDEE (Total Daily Energy Expenditure) พลังงานที่คุณใช้ในแต่ละวัน
2431 กิโลแคลอรี่

เท่ากับว่า ผมรู้แล้วครับ ว่าผมต้องการพลังงานวันละประมาณ 1768 กิโลแคลอรี่
แต่ผมมีการใช้พลังงานด้วย จากการออกกำลังกายเล็กน้อย อาทิตย์ละ 1-3 วัน
ดังนั้น ผมจึงมี TDEE เท่ากับ 2431 กิโลแคลอรี่

ดังนั้น ถ้าผมกินให้น้อยกว่า 2431 กิโลแคลอรี่ได้ ผมก็จะไม่อ้วนขึ้นครับ
แต่ แค่ไม่อ้วนขึ้นนะครับ ไม่ถึงกับ ทำให้ผอมลง
เพราะ พลังงานประมาณ 500-700 กิโลแคลอรี่ เท่ากับน้ำหนักประมาณ 1 ขีดครับ
ดังนั้น ถ้าผมทานวันละ 1700 กิโลแคลอรี่ ก็จะลดลง 1 ขีด / วัน
ถ้าผมทานวันละ 1000 กิโลแคลอรี่ ก็จะลดลง 2 ขีด / วัน
ถ้าผมทานวันละ 300 กิโลแคลอรี่ (ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน) ก็จะลดลง 3 ขีด / วัน

พอเห็นภาพนะครับ ดังนั้น การรู้พลังงาน คร่าวๆ ของอาหารที่เรากิน
จึงเป็นสิ่งสำคัญครับ เดี๋ยวนี้ มี web ให้ความรู้เยอะแยะครับ
ว่า อาหารแต่ละอย่าง ให้พลังงานประมาณ กี่ กิโลแคลอรี่
ก่อนกินขนม ก่อนกินอาหาร พยายามเช็คก่อนครับ ว่าวันนี้ คุณกินเกินไปแล้วหรือยัง ^_^

3. ใช้ให้เยอะ กว่า พลังงานที่ต้องการใช้

อย่างที่บอกครับ เรารู้อยู่แล้วว่า BMR เราืคือเท่าไหร่ TDEE เราคือเท่าไหร่
ดังนั้น ถ้าเรากินเยอะ แต่ใช้น้อย ก็อ้วนแน่นอน
ดังนั้น การออกกำลังกาย การสร้างกล้ามเนื้อ จะทำให้ร่างกายเราต้องใช้พลังงานเยอะขึ้น
ถ้าเรากินน้อย แต่ใช้เยอะ ร่างกายเราก็จะสามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยกตัวอย่างดังนี้

ถ้าตุ้มต้องใช้ พลังงาน วันละ 2431 กิโลแคลอรี่
ตุ้มกินเข้าไปวันนี้ 2400 กิโลแคลอรี่ ตุ้มก็จะน้ำหนักทรงๆ
ตุ้มกินเข้าไปวันนี้ 3000 กิโลแคลอรี่ ตุ้มก็จะน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ขีด
ตุ้มกินเข้าไปวันนี้ 1700 กิโลแคลอรี่ ตุ้มก็จะน้ำหนักลงประมาณ 1 ขีด

แต่ถ้า ตุ้ม ออกกำลังกาย เพิ่มเข้าไปด้วยล่ะ?
ปกติต้องใช้ 2431 แต่ออกกำลังเพิ่มการใช้พลังงานไปอีกซัก 300
ดังนั้น พลังงานที่ใช้ ก็จะกลายเป็น 2731
ถ้ากินเข้าไปวันนี้ 2400 กิโลแคลอรี่ เหมือนเดิม น้ำหนักก็จะลดลงหน่อยนึง

พอเห็นภาพไหมครับ ?

ถ้าวันนี้ คุณทำ 3 ข้อแรกได้
หาแรงบันดาลใจให้เจอ กินให้น้อยกว่าที่กิน ใช้ให้เยอะกว่าที่ใช้
ยินดีด้วยครับ คุณไม่ต้องอ่านข้อ 4 และ ข้อ 5 ต่อแล้ว
แต่หากคุณบอกว่า มันยากเหลือเกิน การกินให้น้อยลง
เพราะของกินทุกวันนี้ มันก็อร่อยซะเหลือเกิน เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด
การออกกำลังกาย ก็แสนจะยากลำบาก ไม่มีเวลาจะออกกำลังกายได้ทุกวัน

ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณต้องทำ ข้อ 4 เพิ่มครับ

4. ใช้อาหารเสริมที่ดี เป็นตัวช่วยในช่วงแรก

เพราะอาหารเสริมที่ดี จะช่วยทำให้การลดน้ำหนักของคุณเห็นผลได้ไวขึ้น
แต่คุณต้องเข้าใจก่อนนะครับ ว่า อาหารเสริมที่ดีนั้น คือ อาหารเสริมที่คุณได้กิน
ดังนั้น ซื้อมาแล้ว ไม่กิน ก็เหมือนไม่ได้ซื้อนะครับ
สำคัญมากๆ คือ คุณต้องมีวินัยในการกิน การออกกำลังกาย และการกินอาหารเสริมด้วย

เพราะอาหารเสริมที่ดี จะเป็นเหมือนตัวคูณ ช่วยในการลดน้ำหนักครับ
เช่น ถ้าปกติ คุณจะลดได้ประมาณ 1-2 กิโล ใน 1 เดือน ก็อาจจะกลายเป็น 3-6 กิโลได้
แต่ถ้าปกติ คุณจะลดไม่ได้อยู่แล้ว คือลดได้ 0 กิโล การทานอาหารเสริมเข้าไป ก็อาจช่วยอะไรไม่ได้
เพราะ 0 คูณอะไร ก็ได้ 0 ครับ

คำถามคือ แล้วจะเลือกทานอาหารเสริม ยี่ห้อไหนดี อันนี้ แล้วแต่แล้วครับ
สำคัญเอาที่มี มาตรฐาน อย. และมีคนทานแล้วเห็นผล แล้วเค้าแนะนำคุณได้ครับ
อย่างตัวตุ้มเอง ตุ้มเลือกทานอาหารเสริมของ Vital Star ครับ

คราวนี้ มาที่ วิธีการทานอาหารเสริมก่อน
เค้าว่ากันว่า การทานอาหารเสริมแล้วไม่เห็นผล หลักๆจะมี 2 สาเหตุครับ
1. กินไม่ถูกวิธี ยกตัวอย่างเช่น บอกให้กินก่อนอาหาร 30 นาที
แต่ว่า ไม่มีวินัยในการกินอาหารเสริม ไปกินหลังอาหารแทน หรือบางทีก็ไม่กินเลย
หรือบางที บอกให้ทาน 3 เม็ด บอกว่า ไม่เอา กลัวเปลือง ก็เลยทานเม็ดเดียว
ก็เลยไม่เห็นผล สิ่งหนึ่งที่ตุ้มอยากบอกเพื่อนๆคือ วันนี้ การทานอาหารเสริมนั้น
ยิ่งกลัวเปลือง ยิ่งเปลืองครับ คือยังไง คือ กินน้อยๆ เพราะกลัวเปลือง
สุดท้าย ก็เลยไม่เห็นผล คราวนี้ ก็เลยเปลืองจริงๆ เลยครับ
ดังนั้น กินแบบจัดเต็มไปเลยครับ เอาให้ถูกวิธี ตามที่มีคนแนะนำ แล้วเห็นผล
แบบนี้สิ ถึงจะไม่เปลือง จริงไหมครับ ^_^

2. ร่างกายไม่ดูดซึม เคยได้ยินคำว่า You are what you eat ไหมครับ
แต่ถ้าจะเอาจริงๆ ผมว่า อาจไม่ถูกเท่าไหร่ You are what you absorb ต่างหาก
คือวันนี้ กินเข้าไปเท่าไหร่ ไม่สำคัญว่า ร่างกายดูดซึมได้เท่าไหร่
ดังนั้น ก่อนจะเริ่มต้นทานอาหารเสริมใดๆ ก็ตาม
ไม่ว่า จะเป็นอาหารเสริมในหมวดสุขภาพ ผิวพรรณ หรือควบคุมรูปร่าง
ผมแนะนำใหุ้คุณทาน อาหารเสริมที่ช่วยในเรื่องของการ Detox ลำไส้ก่อนครับ
เพื่อให้ร่างกายคุณ ดูดซึม อาหารเสริมที่ทานเข้าไปได้ดีขึ้นแน่นอน
สำหรับ Vital Star ตัวที่ผมแนะนำคือ

Oligo Fiber ครับ ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการ ทำความสะอาดลำไส้
ทำให้ลำไส้ของเราสะอาด สามารถดูดซึม สารอาหารต่างๆ ได้ดีมากขึ้น
รสชาติ เหมือนทานน้ำสัปปะรดครับ เปรี้ยวๆ อร่อยดี สำหรับคนชอบทานเปรี้ยวครับ

วิธีการทาน สูตร Detox ที่ผมแนะนำคือ ทาน 2 กล่องต่อเนื่องครับ
1 กล่องจะมี 10 ซอง ดังนั้น 2 กล่อง ก็จะมี 20 ซอง
ฉีก 1ซอง ผสมน้ำแล้วชงให้ละลาย แล้วรีบทานทันทีครับ แล้วดื่มน้ำตาม 1-2 แก้ว
ให้ทานให้หมด ภายใน 1 สัปดาห์ครับ โดยทานดังนี้

3 วันแรก วันละ 4 ซอง อาจจะเป็น ก่อนอาหารเช้า/กลางวัน/เย็น และก่อนนอน
4 วันต่อมา วันละ 2 ซอง อาจจะเป็น ก่อนอาหารกลางวัน / เย็น

ตรงนี้ คือสูตรในการ Detox ร่างกายครับ แล้วหลังจากนั้นทุกๆ 3/4/6 เดือน
คุณค่อยทานสูตรนี้ อีกครั้งหนึ่งครับ ^_^

ทีนี้หลังจาก ลำไส้ เราดูดซึมได้เต็มที่แล้ว
มารู้จักอาหารเสริม Vital Star ที่ผมใช้ในการ ลดน้ำหนัก 10 กิโล ใน 2 เดือนบ้าง

1. AG Bloc เป็นอาหารเสริม ที่ช่วยในการป้องกันการเปลี่ยนแป้งไปเป็นพลังงานครับ
กินเท่าเดิม แต่ร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้น้อยลง ก็เลยได้รับพลังงานน้อยลงครับ

2. 6L เป็นอาหารเสริม ที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานให้เพิ่มมากขึ้นครับ
ทำกิจกรรมเท่าเดิม แต่ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้เพิ่มขึ้น ก็เลยใช้พลังงานเพิ่มขึ้นครับ

3. Oligo Fiber เป็นอาหารเสริม ที่ช่วยในการ Detox และทำให้เราอิ่มเร็วขึ้น
ร่างกายดูดซึมอาหารเสริมได้ดีขึ้น ช่วยให้อาหารเสริม ทำงานได้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
และตัว Oligo Fiber ยังช่วยให้เราอิ่มเร็วขึ้น ทำให้ความอยากอาหารน้อยลงครับ

4. Multipro เป็นอาหารเสริม ที่เป็นโปรตีนผสม 6 ชนิด
ถั่วเหลือง ช่วยระบบหลอดเลือดและหัวใจ
Whey Protein ช่วยเรื่องเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มการเผาผลาญ
คอลลาเจนจากปลา ช่วยเรื่อง ระบบไขข้อกระดูก และระบบผิวพรรณ
ฺBCAA ช่วยเรื่องควบคุมน้ำหนักส่วนเกิน บำรุงตับ
Creatine ช่วยเรื่องความจำและสมอง
Milk Protein Hydrolysate ช่วยเรื่องลดระดับความเครียด
ที่สำคัญ มัลติโปร ยังมีสารที่ชื่อว่า Wellmune ช่วยให้เม็ดเลือดขาวเราต่อสู้กับเชื้อโรคได้ดีขึ้นด้วย
ช่วยให้เรามีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้นอีกด้วย

บางคนสงสัยว่า ทำไม ต้องทานโปรตีนด้วย
ผมเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า วันนี้ การคุมน้ำหนัก
ด้วยการควบคุมการทาน มันก็เปรียบเหมือนงาน Active ที่เราต้องทำถึงจะได้
ส่วนการเพิ่มกล้ามเนื้อในร่างกาย ด้วยการทานโปรตีน และออกกำลังกาย
ก็เปรียบเหมือนงาน Passive ที่เมื่อเราสะสมมาถึงจุดๆหนึ่ง เราไม่ต้องทำเพิ่มก็ยังช่วยได้
เพราะเมื่อร่างกายเรา มีกล้ามเนื้อเยอะ ร่างกายเราก็ต้องใช้พลังงานเยอะไปด้วยนั่นเอง

วิธีการทานอาหารเสริม ที่ผมใช้ (ตรงนี้ ปรึกษาโค้ชของคุณนะครับ
แนวทางอาจจะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละบุคคลครับ) คือ

มื้อเช้า ทานตามปกติครับ ไม่กินอาหารเสริมใดๆ เลย

มื้อกลางวัน ก่อนมื้ออาหาร 30-45 นาที ผมทาน AG Bloc/6L อย่างละ 2-3 เม็ดครับ

มื้อเย็น ก่อนมื้ออาหาร 60 นาที ผมทาน Oligo 1 ซอง
         ก่อนมื้ออาหาร 30-45 นาที ผมทาน AG Bloc/6L อย่างละ 2-3 เม็ดครับ

(แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่า มื้อไหน คุณจะไม่ค่อยได้ทานแป้ง คุณอาจจะไม่ทาน AG Bloc ก็ได้
 ถ้ามื้อไหน คุณรู้ตัวว่า มื้อนี้ คุณต้องไปทานบุฟเฟ่ต์ ต้องจัดหนัก
 คุณก็อาจจะจัดหนักอาหารเสริม เพิ่มปริมาณ เป็น 4-6 เม็ด ก่อนมื้ออาหารก็ได้
 ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ตามความเหมาะสมครับ)

ตอนกลางคืน ปกติ ผมจะใช้เวลาในการออกกำลังกายก่อนนอนครับ
โดยก่อนออกกำลังกาย ผมจะทาน มัลติโปร 1 Serving ครับ
ผมจะซิทอัพ และวิดพื้น เริ่มจากวันละน้อยๆครับ เอาเท่าที่เราทำได้
แล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นไปเรื่อยๆครับ อย่าฝืนตัวเองเยอะ แต่ต้องฝืนนิดหน่อย
พอให้ร่างกายได้เกิดการสร้างกล้ามเนื้อครับ
หลังจากออกกำลังกายเสร็จแล้ว พักซักครู่ แล้วผมจะทาน มัลติโปรอีก 1 serving ครับ
(ตรงนี้ คุณต้องหาเวลาที่คุณสะดวกออกกำลังกาย ตามเวลาของคุณนะครับ)

ถ้าหิวเวลาดึกๆ ผมแนะนำให้ทาน Multipro ครับ ผสมน้ำเปล่าทานนะครับ
อย่าผสมกับนม เพราะจะได้พลังงานเยอะเกินไปก่อนนอนครับ

อันนี้ คือ สูตร การทานอาหารเสริม ที่ผมใช้ ประกอบกับ ข้อ 1-3 ครับ
คือในระหว่างที่ตุ้มลดน้ำหนักนั้น
1. ตุ้มมีแรงบันดาลใจที่ชัดเจนครับ ว่าตุ้มต้องลดให้ได้ เพื่อสุขภาพ และ Ipad อิอิ
2. ตุ้มควบคุมอาหารที่กินในแต่ละวันครับ ดูพลังงานอาหารที่กิน
ไม่ได้ถึงขั้นว่า ห้ามกินของหวาน ห้ามกินของมันเลย แต่ถ้าเว้นได้ ก็พยายามเว้นก่อน
ที่สำคัญที่สุดคือ อย่ากินให้เกินพลังงาน ที่ตัวเองกำหนดไว้ครับ
อย่างตุ้มนั้น ช่วงลดน้ำหนัก กำหนดไว้ให้ตัวเองกินได้วันละไม่เกิน 1300 กิโลแคลอรี่ครับ
3. ตุ้มมีวินัยในการออกกำลังกายเพิ่มครับ วันละเ็ล็กๆน้อยๆ แต่พยายามออกทุกวันครับ
4. ตุ้มทานอาหารเสริมอย่างมีวินัย

ผลจากการที่ตุ้มทำ ทั้ง 4 ข้อนี้ อย่างมีวินัย ทำให้ตุ้มลดได้ 10 กิโลใน 2 เดือนครับ
ปัญหาคือ ตุ้มก็เคยลดได้มาก่อน แต่ก็กลับมาอ้วนใหม่
แต่ครั้งนี้ ทำไม ถึงไม่มีสิ่งที่เรียกว่า yoyo effect นั่นเป็นเพราะข้อ 5. ครับ

5. ค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภคของตัวเอง

เรารู้แล้วว่า เราควรทานเท่าไหร่ เรารู้แล้ว ว่าเราควรออกกำลังกายยังไง
ถ้าเราควบคุมตัวเองให้กินพอดีๆ ออกกำลังกายพอดีๆ ได้
เราเน้นทานมื้อเช้าอย่างราชา มื้อเที่ยงทานปกติ และมื้อเย็นทานอย่างยาจก
เราหาเวลาออกกำลังกายวันละเล็ก วันละน้อย
เราพยายามงดอาหารประเภทแป้ง และของมัน ของทอด ของหวาน หลังจากช่วงเย็น
(เพราะช่วงเย็น ร่างกายเราจะไม่ค่อยได้ใช้พลังงานแล้ว ถ้าทานตอนนั้น สะสมล้วนๆครับ)

เราก็จะสามารถที่จะลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และไม่กลับมาอ้วนอีกนั่นเอง

ตุ้มทาน Set อาหารเสริมไป ประมาณ 2 เดือน (ก.ค.55-ส.ค.55)
จาก 89 กิโลกรัม ลดไปประมาณ 10 กิโล เหลือ 79 กิโลกรัม
หลังจากนั้น ตุ้มก็ไ่ม่ได้ทาน Oligo/AG/6L ทุกวัน
แต่มีทาน Oligo บ้างเพื่อ Detox
และทาน AG/6L บ้าง เวลาออกไปทานบุฟเฟ่ต์
ทาน Multipro สม่ำเสมอ เพราะร่างกายเราขาดโปรตีนอยู่แล้ว
ผ่านไป 1 ปีกว่าๆ น้ำหนักตุ้มก็ไม่กลับมาอ้วนอีก
และตอนนี้ ตุ้มหนักอยู่ที่ประมาณ 76-77 กิโลกรัม

สุดท้ายตุ้มฝากเอาไว้่ว่า

" อยากหุ่นดีมีเหมือนกันทุกคน แต่ความมุ่งมั่นอดทน มีไม่เท่ากัน"

เชื่อว่า ตุ้มทำได้ ถ้าเพื่อนๆ มี แนวคิดในการลดน้ำหนัก 5 ข้อนี้เช่นกัน เพื่อนๆ ก็ทำได้ครับ

หากมีข้อมูลตรงไหน อยากติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
สอบถามได้ ทาง line id : tumtheclover ยินดีให้คำปรึกษาครับ ^_^

ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ กับพี่ๆเพื่อนๆน้องๆ ทุกคนที่อยากหุ่นดีนะครับ
My name is Prayuth Chatsakda and I'm Clover